เคล็ดลับการป้องกันเส้นเลือดในสมองตีบ

โรคเส้นเลือดในสมองตีบแตกตันในปัจจุบันก็พบมากขึ้นเรื่อยๆแล้วก็พบว่าคนที่มีอายุน้อยก็สามารถเป็นได้เช่นกันโดยโรคนี้ถ้าใครเป็นขึ้นมาแล้วก็จะทำให้เกิดเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตทำให้คุณภาพชีวิตดูแย่ลงบางคนรักษาไม่หายนอนติดเตียงดังนั้นการรักษาโรคนี้

วิธีที่ดีที่สุดก็คือการป้องกันนั่นเองดังนั้นเดี๋ยวเรามาฟังกันว่ามีวิธีในการป้องกันอย่างไรบ้างเดี๋ยวเราจะนำเอามาแนะนำให้ทุกคนได้นำเอาไปปฏิบัติกัน ข้อที่หนึ่งให้หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัด เพราว่าอาหารเค็มจัดจะมีส่วนประกอบของเกลือโซเดียมที่สูงมากๆ

เมื่อเรารับประทานเข้าไปก็จะส่งผลทำให้ความดันโลหิตของเราสูงขึ้นๆเรื่อยๆแล้วก็ต้องบอกว่าความดันโลหิตสูงก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะส่งเสริมทำให้เราเกิดเส้นเลือดในสมองตีบแตกตันได้ดังนั้นจำเป็นมากๆเลยทีเดียวที่เราจำเป้นที่จะต้องหลีกเลี่ยงอาหารพวกนี้

นอกจากนี้มันจะมีอาหารอะไรบ้างที่มีโซเดียมสูงส่วนมากก็จะเป็นอาหารที่แปรรูปต่างๆไม่ว่าจะเป็นอาหารหมักดองเนื้อตากแห้งอาหารกระป๋องอาหารสำเร็จรูปต่างๆบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอาหารจำพวกเหล่านี้ก็จะมีเกลือสูงมากๆเลยทีเดียวเพราะฉะนั้นแล้วเวลาที่เราไปรับประทานอาหารก็พยายามเติมเกลือหรือเติมน้ำปลาให้น้อยลงรับประทานจืดให้มากขึ้นก็จะทำให้ความดันโลหิตของเราลดลงแล้วก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เราเกิดเส้นเลือดในสมองตีบแตกตันได้

ข้อที่สองก็คือ ให้หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารต่างๆที่มีไขมันสูงควรจะหลีกเลี่ยงเลยไม่ว่าจะเป็นของทอดของมันเนื้อสัตว์ติดมันขาหมูต่างๆรวมไปถึงอาหารที่มีไขมันทรานส์เยอะๆพวกเนยเทียมครีมเทียมต่างๆ

แนะนำให้หลีกเลี่ยงเลยเพราะว่าการที่เราบริโภคอาหารจำพวกนี้เป็นเวลานานๆไขมันก็จะไปสะสมตามเส้นเลือดของเราทำให้คอเลสเตอรอลของเราสูงขึ้นๆแล้วก็เส้นเลือดของเราตีบลงๆเรื่อยๆจนวันดีคืนดีเกิดเส้นเลือดในสมองตีบแตกตันขึ้นมาได้เลยทีเดียวดังนั้นแนะนำเลยว่าให้หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

ข้อที่สามก็คือ ให้เลิกสูบบุหรี่ เลิกดื่มสุรา หลายคนควบคุมอาหารเป็นอย่างดีแต่ก็ยังสูบบุหรี่และยังดื่มสุราอันนี้ไม่ได้เพราะว่ามีงานวิจัยพบว่าการที่สูบบุหรี่เป็นเวลานานๆหรือว่าดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลานานๆจะส่งผลทำให้เกิดเส้นเลือดในสมองตีบแตกตันได้เลยทีเดียว

ดังนั้นนอกจากที่เราควบคุมอาหารได้เป็นอย่างดีแล้วจำเป็นที่จะต้องเลิกสูบบุหรี่แล้วก็ดื่มสุราด้วยจะได้ป้องกันไม่ทำให้เกิดเส้นเลือดในสมองตีบแตกตันขึ้นมาอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย.    แทงหวยออนไลน์ยังไง

รู้หรือไม่คาดเข็มขัดนิรภัยอย่างไรให้ปลอดภัย     

        อีกแค่เพียงเดือนกว่าๆก็จะถึงวันสิ้นปีแล้ว โดยปกติช่วงสิ้นปีบริษัทต่างๆจะหยุดยาวหลายวันเพื่อให้ประชาชนได้หยุดพักผ่อน หลายบ้านเดินทางไปท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด หรือบางรายที่ไปทำงานต่างจังหวัดก็จะพากันกลับจังหวัดบ้านเกิดในช่วงสิ้นปีนี้เพื่อไปเยี่ยมพ่อแม่ ญาติพี่น้อง

โดยในแต่ละปีจะมีผู้คนเดินทางไปต่างจังหวัดกันเป็นจำนวนมาก และในช่วงเวลาแบบนี้ก็จะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากเช่นกัน ดังนั้นก่อนมีการเดิมทางเราควรตรวจสอบสภาพรถยนต์ว่ามีการพร้อมในการเดินทางไกลหรือไม่

และแน่นอนที่สำคัญเลยคือ เมื่อต้องเดินทางไกลสิ่งสำคัญอีกอย่างนอกจากสภาพรถที่สมบูรณ์แล้วทุกครั้งขณะที่นั่งบนรถยนต์ ควรคาดเข็ดขัดนิรภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้นั่งอาศัย เพื่อความปลอดภัยของทุกคน ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น

การคาดเข็มขัดนิรภัยจะสามารถช่วยเราได้ แต่ถ้าหากเราไม่คาดเข็มขัดนิรภัยหรือคาดเข็มขัดแบบผิดวิธีก็อาจจะทำให้เราเกิดอันตรายได้ง่าย  ดังนั้น เมื่อเราต้องเดินทางไกลควรจะรู้ว่า คาดเข็มขัดให้ถูกวิธีและปลอดภัยนั้นทำอย่างไร

1.การปรับพนักพิงหลังควรปรับให้ตั้งตรง  ต้องไม่ปรับเอนไปข้างหน้าหรือข้างหลังมากจนเกินไป หลังจากนั้นคาดเข็มขัดให้ส่วนด้านบนพาดผ่านกระดูกไหปลาไปอีกฝั่งหนึ่งโดยให้เข็มขัดแนบไปกับกระดูกเชิงกราน

และคาดให้ต่ำกว่าการใส่เข็มขัดกางเกงปกติประมาณ 5-10 เซนติเมตร เพราะหากเกิดมีอุบัติเหตุการคาดเข็มขัดแบบนี้จะช่วยตรงกระดูกเชิงกรานให้สามารถรับแรงกระแทกได้สูงถึง 1000 กิโลกรัม 

2.แต่สำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์ที่ต้องเดินทางไกลแล้ว การปรับพนักพิง ไม่จำเป็นต้องปรับให้ตรงมากนัก แต่ก็ไม่ควรปรับเอนไปข้างหลังมาจนเกินไป และควรปรับเบาะให้มีระยะห่างพอดีกับด้านหน้ารถ อย่าชิดจนเกินไปเพราะถ้าหากมีอุบัติเหตุ หรือมีการเบรกรถระชั้นชิด ครรภ์จะได้ไม่ไปกระแทกกับคอนโซลหน้ารถ

วิธีการคาดเข็มขัดนิรภัยก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน ควรคาดเข็มขัดให้ผ่านบริเวณตรงหน้าตักไปถึงใต้ครรภ์ อย่าคาดเข็มขัดนิรภัยดับครรภ์ตรงๆเพราะจะทำให้อึดอัดนั่งไม่สบาย และที่สำคัญถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เข็มขัดจะไปกระแทกโดยตรงกับท้องได้ จะทำให้เกิดอันตรายกับเด็กในครรภ์ได้ พยายามปรับเข็มขัดนิรภัยให้อยู่บริเวณสะโพก และพยายามขยับสายที่พาดกับร่องไหล่ให้สายไปทางด้านหน้ามากกว่าปกติหน่อย 

3.สำหรับการเดินทางที่ครอบครัวไหนต้องนำเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบร่วมเดินทางไปด้วย แนะนำว่าควรให้เด็กนั้งคาร์ซีท ซึ่งจะเป็นที่นั่งสำหรับเด็กโดยเฉพาะ อย่านำเด็กมานั่งด้านหน้าตักเพราะ ถ้าเด็กนั่งด้านหน้า เด็กจะไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย

หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำให้เด็กกระเด็นออกจากที่นั่งได้ อย่าคิดว่าการที่คุณพ่อคุณแม่นั่งกอดไว้แล้วจะปลอดภัย เพราะเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอ้อมแขนของพ่อและแม่อาจหลุดจากตัวเด็กได้จากแรงกระแทกดังนั้น ควรให้เด็กนั่งที่เบาะหลังจะดีกว่า เพราะถ้าหากไม่มีคาร์ซีทอย่างน้อยที่เบาะหลังก็ยังมีเข็มขัดที่สามารถคาดให้กับเด็กเพื่อให้รัดแนบไปกับตัวของเด็กได้

แต่ถ้าเด็กอายุ 7-12 ปีควรหาเบาะมาเสริมให้นั่งให้เด็กมีความสูงพอที่จะคาดเข็มขัดได้ เพราะถ้าให้นั่งเลยความสูงของเด็กอาจไม่พอ ทำให้สายพาดของเข็มคัดพาดที่ใบหน้าเด็กได้

 

สนับสนุนโดย    แทงหวยออนไลน์ยังไง