องค์การแห่งยุโรปรับรองวัคซีน Pfizer  ฉีดให้เด็กอายุตั้งแต่ 12 ปีได้แล้ว 

            เป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องของวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19  ซึ่งโดยปกติแล้วข้อมูลของวัคซีนแต่ละยี่ห้อนั้นจะระบุว่าอายุที่สามารถฉีดวัคซีนได้นั้นจะต้องมีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป  ซึ่งแน่นอนว่าทำให้บรรดาเด็กอยู่ในภาวะความเสี่ยงเนื่องจากว่าไม่มีวัคซีนป้องกันเหมือนกับผู้ใหญ่นั่นเอง

        อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวออกมาจากนายแพทย์เฉลิมชัยระบุว่าในขณะนี้ที่ต่างประเทศนั้นทางด้านสหภาพยุโรปได้มีการออกมารองรับวัคซีนยี่ห้อ  Pfizer เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยระบุว่าวัคซีนยี่ห้อนี้สามารถทำการฉีดให้กับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปได้ โดยการอนุมัติในครั้งนี้นั้นได้มีการทำการทดลองฉีดวัคซีนให้กับเด็กที่มีอายุอยู่ประมาณ 12 ขวบถึง 15 ขวบโดยมีการทดลองฉีดไปแล้วทั้งสิ้นจำนวน 2 พันกว่าคน

         ซึ่งเด็กที่ได้รับการฉีดวัคซีนPfizer  ปรากฏว่าไม่มีใครแพ้วัคซีนชนิดนี้และไม่มีผลข้างเคียงอะไรที่ก่อให้เกิดความรุนแรงกับเด็กๆเลยที่สำคัญจากการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของวัคซีนPfizer พบว่าวัคซีนชนิดนี้ทำงานได้อย่างดีเยี่ยมและมีประสิทธิภาพมากๆสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัส covid ได้ยินดีดังนั้นจึงได้มีการอนุมัติให้วัคซีนชนิดนี้สามารถฉีดได้ในเด็กอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปได้แล้วในปัจจุบัน

         นอกจากวัคซีน Pfizer แล้วในขณะนี้กำลังทำการวิจัยกับวัคซีน moderna  เช่นเดียวกันซึ่งในขณะนี้ประสิทธิภาพของวัคซีนชนิดนี้อยู่ที่ 96 เปอร์เซ็นต์และได้มีการฉีดวัคซีนชนิดนี้ให้กับเด็กที่มีอายุ 12 – 17 ปี  โดยในขณะนี้มีการฉีดวัคซีนชนิดนี้ไปแล้วทั้งหมด 3700 คนด้วยกัน

และทุกคนที่ได้รับวัคซีนmoderna  อาการปกติดีทุกอย่างไม่มีผลข้างเคียงใดๆเลยอย่างไรก็ตามผลการวิจัยยังคงต้องรอดูเพิ่มเติมว่าสำหรับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของโรคหัวใจนั้นจะส่งผลเกี่ยวกับเรื่องของโรคหัวใจอักเสบหรือไม่ ซึ่งถ้าหากว่าผลการตอบรับดีก็จะมีการประกาศให้วัคซีนmoderna สามารถที่จะฉีดให้กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปได้เช่นเดียวกัน

              อย่างไรก็ตามในขณะนี้มีประเทศแคนาดาและประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการอนุมัติให้มีการนำเข้าวัคซีน  Pfizer โดยต้องการให้วัคซีนชนิดนี้ฉีดให้กับบรรดาเด็กตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไปในประเทศของตนเอง  เรียกได้ว่าในขณะนี้เป็นข่าวดีของทั่วโลกเลย

ก็ว่าได้ที่มีวัคซีนที่ฉีดให้เด็กมากยิ่งขึ้นซึ่งเราคงต้องดูต่อไปว่าในอนาคตจะมีการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิตให้กับเด็กที่มีอายุน้อยมากกว่านี้อีกหรือไม่เพื่อที่เด็กๆนั้นจะได้ไม่ต้องเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19  และสามารถที่จะเดินทางไปโรงเรียนใช้ชีวิตได้ตามปกติในอนาคตนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย    หาเงินจากหวยหุ้น

บริษัท Triumph ออกมาชี้แจงโรงงานผลิตเสื้อในที่นครสวรรค์

บริษัท Triumph ออกมาชี้แจงโรงงานผลิตเสื้อในที่นครสวรรค์ไม่เกี่ยวกันเพราะขายโรงงานไปนานแล้ว 

         เมื่อช่วงเช้าของวันที่  31 เดือนกรกฎาคมปีพศ2563 ได้มีข่าวมาจากจังหวัดนครสวรรค์เกี่ยวกับเรื่องของพนักงานที่ทำงานอยู่ที่บริษัทชุดชั้นในและผลิตชุดว่ายน้ำซึ่งตามรายงานข่าวไม่ได้บอกว่าเป็นบริษัทชื่ออะไรแต่ระบุเอาไว้ว่าเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงมากที่สุด

ในจังหวัดนครสวรรค์ได้มีการประกาศเจ้าพนักงานแบบปัจจุบันทันด่วนโดยกำหนดว่าวันรุ่งขึ้นไม่จำเป็นต้องไปทำงานเลยและที่สำคัญลูกจ้างบางคนนั้นยังได้รับค่าจ้างไม่ครบยังมีการค้าเงินค่าจ้างอีกหลายเดือนและยังมาต้องตกงานอีกด้วย

ซึ่งจำนวนผู้ที่ตกงานในวันดังกล่าวนั้นมีมากถึง 800 คนทีเดียวซึ่งทางลูกจ้างต่างก็พากันไม่พอใจและช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะเป็นการแจ้งแบบปัจจุบันทันด่วนได้มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าแต่อย่างใดอย่างไรก็ตามต่อมาทางนักข่าวได้มีการลงไปในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์

เพื่อไปทำการเช็คข้อมูล ปรากฏว่าบริษัทที่มีการพูดถึงกันนั้นมีการระบุว่าชื่อเป็นบริษัทไทอั้มอินเตอร์เนชั่นแนลจำกัดซึ่งเป็นสาขาอีกสาขาหนึ่งที่อยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ อย่างไรก็ตามกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทางด้านบริษัทไทอั้มอินเตอร์เนชั่นแนลประเทศไทย

จำกัดได้มีการพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่าทางบริษัทไทอั้มนั้นได้มีการยกเลิกการว่าจ้างกับทางโรงงานดังกล่าวมาหลายปีแล้วซึ่งมีการหยุดทำสัญญากับบริษัทดังกล่าวนั้นตั้งแต่ปีพศ 2559 ซึ่งปัจจุบันบริษัทที่อยู่ในนครสวรรค์ที่กำลังตกเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้มีชื่อว่าบริษัทบอดี้แฟชั่นประเทศไทยจำกัด

และไม่ได้เป็นสาขาของบริษัทไทอั้มแต่อย่างใดเนื่องจากว่าบริษัท Triumph นั้นได้มีการวางแผนการดำเนินงานของบริษัทเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าจะมีการยกเลิกฐานการผลิตในประเทศไทยออกและยกเลิกฐานการผลิตในประเทศฝั่งยุโรปออกทั้งหมดซึ่งในปีพศ 2559 นั้นหลังจากที่บริษัท Triumph

ได้มีการยกเลิกการทำสัญญากับบริษัทบอดี้แฟชั่นตั้งผู้บริหารของบริษัทบอดี้แฟชั่นได้มีการรับช่วงกิจการต่อและได้มีการว่าจ้างพนักงานต่อโดยที่ไม่มีการไล่พนักงานคนไหนออกเลยดังนั้นการขายโรงงานการผลิตชุดชั้นในในปีพศ 2559 นั้นได้ถือว่าบริษัทไทรอัมฟ์อินเตอร์เนชั่นแนลประเทศไทยจำกัดสิ้นสุดการเป็นผู้ว่าจ้างลูกจ้างจำนวน 200 กว่าคนนับตั้งแต่วันนั้น

เป็นที่เรียบร้อยแล้วและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 31 เดือนกรกฎาคมปีพศ2563 นี้จึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัท Triumph แต่อย่างไรเพราะไม่ได้เป็นผู้ว่าจ้างบริษัทบอดี้แฟชั่นในการผลิตเสื้อผ้าให้รวมถึงไม่ได้เป็นผู้ว่าจ้างและไม่ได้เป็นผู้จ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานของบริษัทบอดี้แฟชั่นมานานหลายปีแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หาเงินจากหวยหุ้น