ตื่นแล้วนอนต่อส่งผลเสียต่อสุขภาพ

การนอนหลับถือว่าเป็นการพักผ่อนที่ทุกคนชอบมันเป็นอย่างมาก

คุณคงเคยมีความคิดอยากจะหลับนานๆแบบไม่ตื่นเลยไหม แต่นั้นคงไม่ใช่การพักผ่อนระยะสั้นสินะ ทุกคนล้วนแล้วแต่จะต้องตื่นขึ้นมาทำกิจกรรมในเช้าวันใหม่กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะต้องไปเรียน ไปทำกิจกรรมตามโปรแกรม หรือทำงาน คุณเคยรู้สึกไหมว่าไม่อยากตื่นเลย แต่ไม่ใช่การนอนแบบไม่มีวันตื่นนะ ที่หมายถึงก็คือ คุณอาจจะมีความรู้สึกที่ยังอยากจะนอนต่อหลังจากที่ลืมตาตื่นขึ้นมา

เชื่อเถอะว่าอาการแบบนี้ไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวที่เป็น ยังมีอีกหลายคนเลยนะที่มีความรู้สึกแบบนี้ ถ้าคุณของีบอีกสัก 10-20 นาทีมันก็คงจะเป็นอะไร แต่บางคนนั้นตื่นแล้วนอนต่ออีกยาวๆ แน่นอนว่าคุณจะมีความสุขแต่สุขภาพร่างกายของคุณนั้นจะแย่เอาได้นะ

ต้องย้อนกลับไปว่าทำคุณถึงมีอาการง่วงได้มากถึงขนาดนี้ นั้นมาจากการที่คุณนอนดึกใช่หรือไม่ ซึ่งตามหลักแล้วถ้าหากเราไม่มีกิจกรรมหรือความจำเป็นที่จะต้องนอนดึกมาก เวลาที่ควรนอนคือก่อน 22.00 น. และถ้าหากมีความจำเป็นจริงๆก็ควรนอนไม่เกินเวลา 00.00 น. หรือ เที่ยงคืน เพราะช่วงเวลาหลังจากนี้จะเป็นช่วงที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนต่างๆออกมา

และอวัยวะต่างๆต้องการซ่อมแซมตัวเอง ซึ่งถ้าเราไม่นอนนั้นเท่ากับว่าเราได้เปิดระบบการทำงานอวัยวะต่างๆในร่างกายให้ทำงานอยู่ ซึ่งผลที่ตามมาคือการที่คุณนอนดึกและตื่นสาย ถึงแม้ว่าตัวคุณจะบอกว่า นอนดึก แต่ก็นอนครบ 6-8 ชั่วโมงตามเวลาที่เป็นมาตรฐานต่อการพักผ่อน แต่ก็ไม่มีค่าเช่นเคยเพราะคุณไม่นอนตรงตามเวลาที่ร่างกายควรได้พัก

อาการที่ตามมาคือ อาการเพลีย ความเหนื่อยล้าหลังจากตื่นนอนในครั้งแรกของวันใหม่ เมื่อคุณรู้สึกถึงอาการเหล่านี้จะทำให้คุณมีความคิดที่จะไม่อยากลุกออกจากที่นอนเลย และเป็นที่มาของการทำให้คุณนั้นเลือกที่จะกลับลงไปนอนต่อ หากงีบต่ออีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร แต่คุณจะทำอย่างนั้นได้จริงหรือ รู้ตัวอีกทีคุณก็อาจจะเผลอหลับต่อไปแล้วหลายชั่วโมง และการที่คุณตื่นขึ้นมาในรอบที่สอง ก็ไม่สามารถการันตีได้เลยว่าอาการง่วงของคุณจะหายไป

ยิ่งการนอนตื่นสาย การต่อต่อในตื่นแรก สิ่งเหล่านี้จะยิ่งทำให้คุณนั้นมีอาการเพลียและเหนื่อยไปมากกว่าเดิม แล้วคุณก็อยากจะนอนต่อเหมือนเดิม โดยรวมแล้วการนอนพักผ่อนถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ควรนอนให้เป็นเวลา นอนให้ครบเวลา พยายามที่จะลุกขึ้นมาทำกิจกรรมในวันต่อๆไปให้ได้ อย่าปล่อยให้เวลาเสียเปล่าไปกับการนอนอย่างเดียว

 

สนับสนุนโดย  บุหรี่ไฟฟ้า

รู้ก่อนใช้บุหรี่ไฟฟ้า

บุหรี่ไฟฟ้าเป็น วัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทหนึ่ง

ซึ่งใช้แบตเตอรี่สำหรับในการทำงานเพื่อสร้างความร้อนรวมทั้งไอน้ำที่ประกอบไปด้วยสารต่างๆอย่างเช่น นิโคติน (Nicotine) โพรไพลีนไกลคอล (Propylene Glycol) กลีเซอรีน (Glycerine)สารแต่งกลิ่นและรส (Flavoring) และน้ำเมื่อเปิดเครื่องจะมีไฟสีแดงขึ้นพร้อมด้วยหลักการทำงานของแบตเตอรี่ เกิดความร้อนนั้นมีส่วนในการทำให้น้ำยาที่ใส่อยู่ข้างในระเหยขึ้นมาเป็นควัน เมื่อดูดเข้าไปในปอดร่างกาย

จะได้รับนิโคตินก่อนจะถูกพ่นออกมา ไม่มีควันจากการเผาไหม้ราวกับบุหรี่ธรรมดาทั่วๆไป บุหรี่ไฟฟ้าก็เลยไม่มีองค์ประกอบของน้ำมันดินหรือทาร์ (Tar) รวมทั้งคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคมะเร็งแล้วก็โรคที่เกิดขึ้นและมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

ใครที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้า

บุหรี่ไฟฟ้ากำลังได้รับความนิยมแล้วก็มีแนวโน้มสูงมากขึ้นในช่วงระยะเวลาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยรุ่น ผู้ใช้จำนวนมากเป็นอีกทั้งผู้ที่เคยสูบบุหรี่แบบธรรมดาทั่วๆไปและก็คนที่เริ่มหรือทดลองดูดบุหรี่ จากสถิติการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของเยาวชน (National Youth Tobacco Survey)จากปริมาณนักเรียน 2 ล้านคน ในประเทศสหรัฐอเมริกา ปี 2557 พบว่าในกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปลายมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น

จาก ปริมาณร้อยละ 4.5 เป็นปริมาณร้อยละ 13 แล้วก็ในกลุ่มเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นมีจำนวนมากขึ้นจากจำนวนร้อยละ 1.1 เป็นปริมาณร้อยละ 3.9 มากขึ้นถึง 3 เท่าตัวข้างใน 1 ปี ในประเทศไทยยังไม่มีการอนุญาตให้จัดจำหน่ายหรือนำเข้า บุหรี่ไฟฟ้า มีเพียงแค่การลักลอบจัดจำหน่ายในตลาดมืดก็เลยทำให้ยากต่อการเก็บข้อมูลทางสถิติคนอีกกลุ่มที่ค้นพบว่าใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็น คนที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ จากกลุ่มของตัวอย่างคนประเทศอเมริกาในเมืองแคลิฟอร์เนียปริมาณ 1,000 คน

ที่มีพฤติกรรมการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันเป็นเวลา 1 ปี พบว่าจำนวนร้อยละ 60 มีทิศทางที่จะเลิกสูบบุหรี่แล้วก็ลดจำนวนสำหรับการดูดแต่ว่า Dr. Wael Al-Delaimy อาจารย์สาขาวิชาเวชศาสตร์ครอบครัวรวมทั้งสาธารณสุข ภาควิชาแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการใช้บุหรี่ไฟฟ้า

สำหรับคนที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ไว้ว่า จากการค้นคว้าวิจัย การใช้บุหรี่ไฟฟ้าบางทีก็อาจจะไม่ได้ช่วยทำให้เลิกการกระทำการสูบบุหรี่ได้หนึ่งในตัวแปรสำคัญเป็นจำนวนนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษเช่นเดียวกันกับที่พบในยาสูบธรรมดาทั่วๆไป และก็ประเด็นนี้ยังจึงควรทำการวิจัยเพิ่มเติมต่อไป