ผลไม้เหมาะใช้เยี่ยมผู้ป่วยสุดๆ

ผลไม้อย่างแรกก็คือ แอปเปิ้ลแดง หรือว่า แอปเปิ้ลเขียว ก็โอเคทั้งคู่ทางPremium Fruit นำเขข้ามาจากทั้งอเมริกาและนิวซีแลนด์ตามเดือนที่มันอร่อยที่สุดตัวแอปเปิ้ลมีสารฟลาโวนอยด์

ซึ่งเป็นพฤษเคมีที่ดีมากๆช่วยบำรุงหัวใจหลอดเลือดแล้วก็ความดันสารตัวนี้พบมากที่เปลือกเพราะฉนั้นอยากแนะนำให้ทาทนพร้อมเปลือก แอปเปิ้ลมีกากใยแคลอรี่ต่ำ สามารถคุมน้ำหนักได้ดีแล้วก็ทำให้การขับถ่ายเป็นไปได้ดีแถมมีน้ำเป็นองค์ประกอบพอสมควรทำให้ร่างกายสดชื่อเวลาทานเหมาะมากๆสำหรับผู้ที่หายป่วยที่กำลังจะออกจากโรงพยาบาลเสริมสร้างบำรุงกันสุดๆ

ผลไม้อย่างที่สองก็คือ สาสี่ทอง โดยสาสี่ทองทาง Premium Fruitนำมาจากเกาหลีของเขาอร่อยจริงๆแล้วลูกใหญ่และเนื้อแน่นเนียนอร่อยกรอบ 

ดังนั้นสาสี่เป็นผลไม้ที่เขาเรียกว่าผลไม้อิ่มน้ำผลไม้อิ่มน้ำมีหลายชนิดแต่ผลไม้อิ่มน้ำที่น้ำตาลต่ำต้องสาสี่ทองท่านจะสังเกตุเห็นได้ว่าผู้ป่วยที่เพิ่งฟื้นจากอาการไข้มักจะมีภาวะขาดน้ำการทานตัวสาสี่ทองเข้าไปจะทำให้ร่างกายได้รับทั้งสารอาหารที่ดีน้ำตาลที่ไม่มากเกินไปและน้ำที่พอเพียง

ซึ่งจะทำให้อาการหายป่วยดีขึ้นอย่างรวดเร็วแถมกากใยยังสูงช่วยระบบขับถ่ายลดไขมันในเส้นเลือดได้ดีแถมยังมีโพแทสเซียมสูงสามารถช่วยควบคุมความดันได้เป็นส่วนกับการรักษาแผนปัจจุบันไม่ใช่เอาไปกินลดความดันต้องกินพร้อมกับการรักษาปกติจะช่วยควบคุมความดันให้ดีขึ้นนอกจากนี้เปลือกของสาสี่ยังมีเบต้าแค่โรทีนที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชะลอวัยดีไปหมดทุกสิ่งอย่าง

ผลไม้อย่างที่สามก็คือ สตรอว์เบอร์รี่  โดยสตรอว์เบอร์รี่ทางPremium Fruitต้องบอกเลยว่านำเข้ามาจากเกาหลีนำมาจากอเมริกานำมาจากออสเตรเลียนำมาจากนิวซีแลนด์มา เฉพาะตามเดือนเลยที่อร่อยที่สุดก็เอามาเพราะฉะนั้นท่านมั่นใจได้ว่าจะต้องได้สตรอว์เบอร์รี่ที่อร่อยและมีปทระโยชน์สุดๆจิ๋วแต่แจ๋ววิตามินซีสูง

เนื่องจากนี้แล้วยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อแอนโทไซยานินตัวแอนโทไซยานินบอกเลยว่าต้านอนุมูลอิสระได้เจ๋งมากๆชะลอวัยแล้วก็เกี่ยวกับเรื่องของหัวใจกับหลอดเลือดก็บำรุงได้เป็นอย่างดีพลังงานต่ำปราศจากไขมันช่วยควบคุมคอเลสเตอรอลได้ดีเยี่ยม

ผลไม้ที่สี่ก็คือ บลูเบอร์รี่ นั่นเอง โดยบลูเบอร์รี่เขาเรียกว่าเป็นผลไม้ที่ไฟเบอร์สูงน้ำตาลต่ำแล้วก็มีน้ำที่เป็นองค์ประกอบถึง80%ทานแล้วสดชื่นมากๆ100กรัมมีเพียง57แคลอรี่เท่านั้นเองดีมากๆเลยทางPremium Fruitได้นำมาจากเปรูเดือนธันวาเดือน12ถึงเดือน9ต้องมาจากเปรูเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย    กลุ่มไลน์หวยฮานอย

การที่กินแบบคีโตเจนิคคืออะไร

การกินคีโตเจนิคนั้นเป็นการกินเพื่อลดน้ำหนักหรือไดเอท ที่มีการเน้นการรับประทานไขมันและโปรตีนที่สูง ซึ่งจะมีการลดการกินคาร์โบไฮเดรตให้น้อยมากๆ เพื่อที่ร่างกายนั้นจะนำไขมันไปใช้เป็นการเผาผลาญพลังงานหลัก

โดยที่สัดส่วนของการกินคีโตเจนิคนั้นเป็นการกินไขมันที่ดี 70% โปรตีน 25 เปอร์เซ็นต์และคาร์โบไฮเดรต 5% ของในแต่ละวัน แต่วิธีในการที่เรานั้นทำการลดน้ำหนักโดยวิธีพวก คีโต ไดเอต(Keto Diet) แอตกินส์ ไดเอต(Atkins Diet) ปาลิโอ ไดเอท(Paleo Diet) นั้น

ควรที่จะปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะทำการลดน้ำหนักประเภทนี้ซึ่งในการลดน้ำหนักประเภทนี้นั้นจะเป็นการที่ร่างกายของเรานั้นต้องการปรับตัวเพื่อที่จะทำการใช้พลังงานไขมันแทนที่พลังงานอื่น ซึ่งเพราะเหตุนี้จะทำให้ร่างกายของเรานั้นเกิดสภาวะเครียดเป็นอย่างมากและบางคนจะไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงได้ และนอกจากนี้ทำให้อาจเกิดอันตรายขึ้นมากอีกด้วย

สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้มากพอ ซึ่งในการกินแบบคีโตนั้นตอนแรกงั้นถูกคิดค้นมาเพื่อที่จะรักษาอาการของผู้ป่วยโรคลมชักและสารอาหารประเภทนี้จะทำให้ร่างกายนั้นสร้างสภาวะสารที่มีชื่อว่าคีโตเน่ บอร์ดี้ (ketone body)

ซึ่งเกิดในเลือดสารชนิดนี้เป็นสารที่ถูกสร้างขึ้นในตับแดดส่งผลต่อสมอง และเรียกอาการนี้ว่าอาการ คีโตซิส (Ketosis) ซึ่งสารชนิดนี้จะส่งผลให้เซลล์ในสมองนั้นเกิดสภาวะสมดุลจนหายจากอาการลมชักได้

และนอกจากนี้ในปัจจุบันการกินอาหารแบบคีโตนั้นจะช่วยลดความอ้วนได้ด้วย และช่วยในการลดความอ้วนได้เร็วกว่าการลดแบบวิธีอื่นแต่วิธีนี้เป็นวิธีที่ลดได้เฉพาะในระยะแรกเท่านั้นและหลังจากนั้นจะมีน้ำหนักตัวที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่และนอกจากนี้น้ำหนักตัวที่เคยลดยังสามารถที่จะกลับขึ้นมาได้อีกด้วย

ความอันตรายของการกินอาหารแบบคีโต

  1. การที่เรากินอาหารแบบคีโตนั้นจะทำให้กล้ามเนื้อของเรานั้นมีการลดลงซึ่งการที่กล้ามเนื้อของเรานั้นหดลดน้อยลงจะเป็นสาเหตุมาจากการที่เรานั้นรับประทานคาร์โบไฮเดรตนั้นเป็นจำนวนน้อย แล้วเพราะเหตุนี้กล้ามเนื้อของเรานั้นจะมีอาการลดน้อยลง
  2. อาจจะเกิดหวัดคีโต ขึ้นได้ ซึ่งในการที่เรานั้นรับประทานอาหารแบบคีโตไปสักระยะจะมีอาการคล้ายเป็นหวัด ซึ่งนี่เป็นเฉพาะช่วงแรกๆของการทานอาหารแบบคีโตเท่านั้น
  3. อาจมีไขมันในเลือดสูง เพราะในการที่เรานั้นทำการกินอาหารแบบคีโตเจนิค งั้นจะส่งผลให้ไขมันทั้งแบบ LDL และ HDL นั้นมีการเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมากหลังจากผ่านการกินคีโตไป 6 เดือน 

 

สนับสนุนโดย  กลุ่มไลน์หวยฮานอย