อยากผิวขาวต้องลอง

สำหรับคนที่อยากมีผิวขาวกระจ่างใส ซึ่งการที่เราจะสามารถลองสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโลชั่น สบู่ สครับหรือวิตามินต่างๆที่จะช่วยทำให้ผิวขาวนั้นก็อาจจะต้องมีการลองผิดลองถูกกันบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าทั้งของที่มีราคาแพและราคาถูกต่างก็ต้องยอมเสี่ยงเพื่อทดสอบผลลัพธ์นั่นเอง และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละคนนั้นก็จะแตกต่างกันไปด้วย เนื่องจากสภาพสีผิวและพื้นผิวของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไปนั่นเอง 

เริ่มต้นด้วยไอเท็มผิวขาวตัวแรกที่จะแนะนำก็คือ สมุนไพรขัดหน้าปทุมมาศ ซึ่งเป็นไอเท็มผิวขาวที่สามารถหาซื้อได้ง่ายตาม7-11ราคาเพียง25บาทเท่านั้น และเป็นไอเท็มที่นิยมใช้มาอย่างยาวนานแล้วด้วย และวิธีใช้เพื่อให้ผิวกระจ่างใสก็คือการนำมาผสมกับน้ำ ซึ่งจะออกเป็นคล้ายๆผงขมิ้นและมีการผสมสมุนไพรอื่นๆด้วย

สามารถใช้ได้ทั้งการขัดหน้าและขัดตัว และควรทำอย่างน้อยอาทิตย์ละ1-2ครั้งก็ พียงพอแล้ว เพราะถ้าหากมีการขัดผิดมากไปก็อาจจะทำให้ผิวนั้นเกิดการอักเสบและทำให้แทนที่ผิวจะขาวกระจ่างใสกลับดำคล้ำง่ายเพราะผิวเกิดการอักเสบนั่นเอง

และเวลาที่ใช้ผงขัดตัวนี้นั้นจะให้ความรู้สึกเย็นๆที่ผิวหรือให้ความผ่อนคลายกับผิวนั่นเองและสามารถขจัดสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวเก่าที่คล้ำเสียได้อย่างดี เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อเราทาครีมหลังการขัดหน้านั้นก็จะช่วยทำให้ครีมนั้นซึมเข้าผิวของเราได้ดีขึ้นนั่นเอง

ตัวถัดมาจะเหมาะสำหรับคนที่ชอบมาร์คหน้าหรือต้องการการบำรุงแบบเร่งด่วน ก็คือ My Beauty Dairy และสำหรับคนที่ชอบไปเที่ยวฮ่องกงหรือมาเลเซียนั้นจะมีแบบยกแพ็คราคาถูกกว่าที่ไทยขายด้วย แต่มาร์คตัวนี้นั้นจะมีหลายสูตรมากๆ แต่จะแนะนำก็คือสูตรแอปเปิ้ล เพราะว่าเวลาที่ใช้นั้นจะสามารถสัมผัสได้ถึงผิวที่กระจ่างใสขึ้นและช่วยกระชับรูขุมขนได้ดีอีกด้วย

และตัวแผ่นมาร์คของเค้านั้นเป็นแผ่นมาร์ที่ดี มาร์ไปแล้วจะไม่ได้รู้สึกเยิ้มหรือเหนอะหนะแต่อย่างใดและตัวเนื้อมาร์คนั้นจะซึมเข้าผิวได้อย่างดีด้วย แนะนำสำหรับถ้าวันไหนเราอยากแต่งหน้าแล้วให้ความรู้สึกหน้าที่เฟรชหรือแต่งหน้าแล้วหน้าดูฟูก็สามารถลองใช้ตัวนี้มาร์คก่อนการแต่งหน้าหรือจะมาร์คก่อนนอนก็ได้เช่นกัน

และสุดท้ายคือการดูแลจากภายในสู่ภายนอก ก็คือการกินวิตามินนั่นเองและวิตามินที่ช่วยในเรื่องผิวกระจ่างใสได้ก็คือวิตามินซีนั่นเอง ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านขายยาทั่วไปได้ ซึ่งก็จะมีมากมายหลายยี่ห้อ แต่ยี่ห้อที่แนะนำก็คือ Blackmores  เพราะราคาถูกและหาซื้อง่ายด้วย 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออมสิน

การเลือกรองพื้นให้เหมาะกับผิวหน้า

การเลือกใช้รองพื้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผิวหน้าอย่างมาก หน้าจะดูดีหรือไม่ก็อยู่ที่การเลือกรองพื้นให้เหมาะกับสีผิวและผิวหน้าของเรานั่นเอง

บางคนเลือกรองพื้นที่ไม่เหมาะกับผิวและเลือกรองพื้นที่มีสีไม่เข้ากับหน้าก็อาจจะทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าหน้าลอยหรือหน้าเทานั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้นหากเลือกรองพื้นไม่เหมาะกับผิวหน้าก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาผิวต่างๆตามมาได้ด้วย เช่นการเกิดการอุดตันและทำให้กลายเป็นสิวนั่นเอง

การเลือกรองพื้นจึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะนอกจากจะต้องเลือกให้รองพื้นมีคุณสมบัติที่เหมาะกับผิวหน้าแล้วนั้นก็จะต้องเลือกเฉดสีที่เข้ากับสีผิวเราด้วย และการเลือกรองพื้นที่มีประสิทธิภาพตามความต้องการในการใช้ต่างๆก็สำคัญเช่นกัน การเลือกรองพื้นจึงมีวิ่งที่ต้องพิจารณาอยู่หลักๆก็คือการเลือกประเภทรองพื้นและการเลือกเฉดสีนั่นเอง

การเลือกประเภทของรองพื้น รองพื้นจะแบ่งออกเป็น 3ประเภท ได้แก่ รองพื้นที่มีเนื้อแมทซ์ รองพื้นที่มีเนื้อแมทซ์นั้นจะเป็นรองพื้นเหมาะสำหรับผิวหน้าที่มีความมัน เพราะรองพื้นจะช่วยในการควบคุมความมันนั่นเอง แต่รองพื้นประเภทนี้อาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่มีผิวหน้าแห้ง เพราะเนื่องจากรองพื้นเนื้อแมทซ์นั้นจะเป็นเนื้อรองพื้นที่มีความแห้งและค่อนข้างเกลี่ยยาก

หากผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งใช้อาจจะทำให้รองพื้นเป็นคราบและไม่เรียบเนียนและรองพื้นเนื้อแมทซ์จะช่วยเรื่องการปกปิดที่ดีมากๆ ทั้งรองสิวรองด่างดำ เป็นต้น และเนื่องจากรองพื้นเป็นเนื้อแมทซ์ควรมีการทำความสะอาดที่ดีเพราะหากทำความสะอาดไม่ดีอาจจะเกิดสิวอุดตันได้

รองพื้นเนื้อแมทซ์ปานกลาง รองพื้นประเภทนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาผิวหรือเหมาะสำหรับผิวทั่วไป รองพื้นตัวนี้จะมีเนื้อรองพื้นที่เน้นความบางเบา และไม่ได้ต้องการการปกปิดมาก ดังนั้นรองพื้นตัวนี้นั้นจะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการแต่งหน้าแบบใสๆ หรือเอวี่เดย์ลุกนั่นเองแลเนื้อรองพื้นจะไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของผิวด้วย

รองพื้นเนื้อเซรั่ม รองพื้นชนิดนี้เพิ่งเริ่มเป็นที่นิยมได้ไม่นานเนื่องจากรองพื้นเนื้อเซรั่มนั้นอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่มีปัญหาผิว เพราะจะเน้นให้ความบางเบาและไม่ปกปิดมากนัก แต่จะตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาผิวหน้าและต้องการการบำรุงด้วย เพราะรองพื้นเนื้อเซรั่มนั้นเป็นการคิดค้นที่มีการผสมผสานระหว่างรองพื้นกับเซรั่มเข้าด้วยกัน

เพื่อลดขั้นตอนในการใช้นั่นเอง รองพื้นเนื้อเซรั่มนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการบำรุงพร้อมกับรองพื้นเลยและรองพื้นตัวนี้จะให้ลุคที่ฉ่ำวาวด้วย การเลือกใช้รองพื้นนั้นหากเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาผิวก็จะทำให้การแต่งหน้าของเรานั้นง่ายขึ้นนั่นเอง

 

ขอบคุณ  แทงหวยฮานอย  ที่ให้การสนับสนุน

เมื่อลูกน้อยของเรานั้นเกิดเป็นผดผื่นตามตัว

เมื่อเข้าหน้าร้อนนั้นเรานั้นมักจะเห็นว่าลูกน้อยของเรานั้นเกิดอาการที่เป็นผดผื่นขึ้นเต็มตัวของลูกน้อยเรานั้นเป็นเม็ดเล็กตัวเรานั้นก็เลยเกิดอาการที่ทำให้ลูกน้อยของเรานั้นไม่สบายนั้นก็เป็นไปได้หรือว่าเกิดจาการที่เรานั้นซักเสื้อผ้าไม่สะอาดได้เหมือนกัน   

  •   เมื่อลูกน้อยเกิดอาการเป็นผื่นขึ้นตัวนั้นเรานั้นต้องสาใจว่าเกิดจากอะไรลูกของเรานั้นแพ้อะไรหรือเปล่า  การที่ลูกของเรานั้นแพ้  น้ำยาซักเสื้อผ้านั้นก็ทำให้เกิดอาการเป็นผื่นคันตามตัวและร่างกายของลูกน้อยเรานั้นได้  แต่ถ้าว่าการที่เรานั้นไม่เปลี่ยนน้ำยาซักเสื้อผ้าแล้วทำไมนั้นลูกน้อยของเรานั้นยังมีอาการผื่นคันอยู่อีก 
  • เกิดจากอากาศที่ร้อนจนทำให้ลูกของเรานั้นเกิดเหงื่อไหลและก็มีผื่นนั้นขึ้นตามตัวนั้นก็ได้เช่นเดียวกัน  
  • การที่เรานั้นซักผ้าแล้วไปตากผ้าใต้ต้นไม้  เพราะว่าการที่เรานั้นไปตากผ้าใต้ต้นไม้นั้นก็ทำให้ลูกของเรานั้นเกิดอาการคันได้เพราะว่าอาจจะมีมดนั้นมากัด  หรือว่าเกิดจากต้นไม้นั้นมีเพลี้ย  เวลาที่เรานั้นไปตากใต้ต้นไม้เวลาที่เกิดลมนั้นเพลี้ยนั้นก็จะร่วงใส่เสื้อผ้าของลูกเรานั้นแล้วเกิดอาการแพ้และคันก็เป็นไปได้  
  • การที่ลูกน้อยของเรานั้นใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป  การที่เรานั้นเปลี่ยนผ้าอ้อมสำเร็จรูปนั้นแล้วลูกของเรานั้นเกิดอาการที่แพ้นั้นเรานั้นก็ควรที่จะเปลี่ยนหรือว่ากลับมาใช้ของแบบเดิมและไอ้ผื่นนั้นเรานั้นก็ควรที่เอาแป้งนั้นมาทา  หรือว่าเรานั้นจะไปซื้อยาตามร้างขายยาว่าลูกของเรานั้นเกิดอาการแพ้ผ้าออ้มนั้นทางร้านขายยานั้นจะได้จัดยาให้กับเรานั้นถูก   
  • แพ้แป้งที่เรานั้นทาให้กับลูก  เพราะว่าเด็กนั้นเป็นผิวที่ค่อนข้างที่จะแพ้อะไรนั้นได้ง่ายการที่เรานั้นจะใช้แป้งทาตัวของลูกเรานั้นก็ควรที่จะใช้แป้งทาสำหรับเด็กที่อ่อนโยนกับลูกของเรานั้นเพื่อที่ว่าลูกของเรานั้นจะได้ไม่เกิดอาการแพ้แป้ง  และการที่เรานั้นใช้แป้งนั้นก็ควรที่จะไม่เปลี่ยนยี่ห้อนั้นบ่อยๆเพราะว่าเรานั้นก็ไม่รู้ว่าลูกน้อยของเรานั้นจะแพ้แป้งอะไรนั้นบ้าง 

การที่เรานั้นใช้แป้งแบบเดิมที่ลูกน้อนของเรานั้นไม่แพ้นั้นจะทำให้ไม่เกิดอาการแพ้ หรือว่าเป็นผดผื่นขึ้นตามตัว  อีกด้วยเมื่อลูกน้อยของเรานั้นเขานั้นยังพูดไม่ได้นั้นเรานั้นก็ควรที่จะเลือกของดีๆให้กับลูกน้อย  

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

มารู้จักบัวหิมะกันเถอะ

เชื่อว่าหลายคนคงต้องเคยรู้จักและได้ยินชื่อบัวหิมะกันมาบ้างโดยสรรพคุณที่เราส่วนใหญ่รู้จักนั้นมักจะมาจากการช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลลบเลือนริ้วรอยซึ่งส่วนใหญ่จะรู้จักกันในนามของครีมบำรุงผิวแต่ไม่มีใครรู้เลยว่าบัวหิมะ

แท้จริงแล้วมีรูปร่างหน้าตาอย่างไรมีต้นกำเนิดมาจากที่ไหนซึ่งหลายคนชื่อว่าบัวหิมะคือสินค้าที่นำมาจากเมืองจีนแต่จริงๆแล้วบัวหิมะสามารถปลูกได้หลายพื้นที่บัวหิมะมักจะขึ้นเฉพาะบนภูเขาสูงและชอบความเย็นจัดดังนั้นบนเทือกอัลไตกับพื้นที่ราบสูงซินเจียงจึงจะสามารถปลูกบัวหิมะได้สำหรับบัวหิมะจะค่อนข้างปลุกยากต้องใช้เวลานานกว่าจะได้ดอกหรือบางครั้งปลุกแล้วดอกไม้ออกก็มีดังนั้นบัวหิมะจึงมีฉายาอีกฉายาว่าบัวหิมะ 1000 ปี

นั่นก็เพราะกว่าจะเก็บดอกได้ต้องใช้เวลานานพอสมควรเราสามารถนำบัวหิมะในส่วนที่เป็นดอกเมื่อใช้สำหรับทำยารักษาโรคบำรุงเลือดบำรุงร่างกายหรือใช้เป็นยาขับพิษออกจากร่างกายได้ซึ่งส่วนใหญ่แล้วบัวหิมะจะมีราคาแพงเพราะปลุกยากดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงมักจะนำดอกบัวหิมะไปเป็นส่วนผสมร่วมกับยาชนิดอื่นๆแทนไม่ทำจากบัวหิมะทั้งหมดจริงๆ

นอกจากดอกของบัวหิมะแล้วเรายังสามารถนำหัวของบัวหิมะมารับประทานได้ซึ่งหลายคนจะกินทั้งแบบสุดสุดหรืออาจนำไปเป็นส่วนผสมในการประกอบอาหารหรือบางคนก็นำมาแปรรูปเช่นมาทำเป็นชาดื่มเป็นน้ำชาแทนบัวหิมะที่มีชื่อเสียงที่มีประโยชน์ผู้คนนิยมนำมาใช้งานคือ บัวหิมะธิเบต ซึ่งหากใครที่มีปัญหาเรื่องสิวเรื่องรอยแผลเป็นก็มักจะนิยมใช้ในการรักษาเพราะมีสรรพคุณทำให้แผลหายเร็ว 

บัวหิมะทิเบตที่เป็นส่วนของหัว หรือที่เราเรียกกันว่าหัวบัวหิมะ เราสามารถนำมากินก็ได้หรือนำมาใช้ทำเป็นยาก็ได้แต่หากจะกินระวังอย่ากินมากเกินไปเพราะจะทำให้ท้องผูกได้แต่บางคนกินบัวหิมะมากเกินไปก็อาจจะท้องเสียได้เหมือนกัน

บัวหิมะมีประโยชน์ในการช่วยเป็นยาระบายสามารถที่จะช่วยล้างลำไส้ล้างสารพิษออกจากร่างกายได้ใครที่มาท้องผูกเป็นเวลานานนานกินบัวหิมะจะช่วยในเรื่องที่ได้เป็นอย่างดีและสำหรับคนที่ต้องการลดความอ้วนการกินบัวหิมะสดจะสามารถช่วยควบคุมน้ำหนักของคุณได้

โดยเมื่อเรากินบัวหิมะเข้าไปจะทำให้รู้สึกว่าเราไม่ค่อยหิวที่สำคัญบัวหิมะสดจะมีสารอาหารครบถ้วนทั้งธาตุเหล็กและวิตามินทำให้สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ดังนั้นเราจึงควรกินบัวหิมะเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

ปวดหัวบ่อยๆ ปวดตำแหน่งไหน สื่อถึงอะไร

ปวดศรีษะในตำแหน่งต่างๆ บางทีอาจจะเพียงพอบอกโรคอย่างคร่าวๆได้บ้าง

1. โรคปวดหัวที่พบได้มากที่สุด เป็นโรคปวดศีรษะที่เกิดขึ้นจากการเกร็งของกล้ามเนื้อรอบๆ หัวหรือศีรษะของเรา ตำแหน่งที่ปวดหัวที่พบได้ทั่วไปเป็น ตำแหน่งรอบๆ หน้าผากแล้วก็ขมับทั้งสองข้าง บางคราวก็ร้าวมาที่ข้างหลังของหัวและก็ก้านคอ รวมทั้งบ่าไหล่ร่วมด้วย อันนี้เป็นสภาวะที่อาจเกี่ยวกับความเคร่งเครียดด้วย

2. ปวดหัวจากโรคไมเกรน จะมีลักษณะอาการปวดรอบๆ ขมับด้านใดด้านหนึ่งโดยยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งอาจจะปวดสลับกันได้ระหว่างข้างซ้ายหรือข้างขวา รวมทั้งเวลาปวดบางครั้งก็อาจจะมีเจ็บปวดรวดร้าวเข้ามาที่กระบอกตาร่วมด้วย คนป่วยก็จะมีลักษณะอาการอ้วกคลื่นไส้ เวียนหัว แล้วก็ตอนที่มีลักษณะอาการปวด ถ้าหากอยู่ในที่แสงไฟแรง เสียงดังหรือกลิ่นแรงอาการจะแย่ลง

3. ปวดอันถัดไปก็เป็นปวดที่พบได้มาก เป็นปวดรอบๆ โหนกแก้มทั้งสองข้างลงมาจนกระทั่งรอบๆ หน้าผากด้วย หรือปวดตรงรอบๆ สันจมูก อันนี้เป็นตำแหน่งของไซนัส ถ้ามีการอักเสบของไซนัส ผู้เจ็บป่วยก็จะมีลักษณะปวดที่ตรงตำแหน่งนี้

4. ปวดที่เกิดขึ้นมาจากการอักเสบของฟันกราม ชอบมีลักษณะอาการปวดรอบๆ หน้าใบหู ซึ่งสมาคมกับการบดของกินร่วมด้วย คนเจ็บบางบุคคลอาจไม่ทราบว่าตนเองมีการกัดฟันตอนเวลาเข้านอน ตื่นรุ่งเช้ามาก็คิดว่าเวลาขยับปากหรือเวลาบดของกิน จะรู้สึกเจ็บปวดรอบๆ หน้าใบหู บางทีก็อาจจะส่งผลกับภาวการณ์กระดูกฟันกรามหน้าใบหูอักเสบได้

5. ลักษณะของการปวดบางครั้งอาจจะมาจากโรคที่รุนแรงมากยิ่งกว่านั้นได้อีก ไม่ว่าจะเป็นโรคเส้นเลือดสมอง หรือโรคเนื้องอกสมอง ซึ่งเหล่านี้ ลักษณะของการปวดจะมีลักษณะร้ายแรง มีการปวดที่เป็นอย่างหนักเพิ่มมากขึ้นประเภทที่ว่า ในชาตินี้ไม่เคยปวดอย่างนี้มาก่อน ไม่เคยปวดแบบงี้จนกระทั่งอายุเกิน 50 ปี อันนี้พวกเราก็เริ่มสงสัยแล้ว นอกเหนือจากนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการมองเห็นที่เปลี่ยนไปจากปกติ ไม่ว่าจะเห็นภาพซ้อน หรือเห็นไม่ชัดเจน มีการชาหรืออ่อนกำลังของกล้ามต่างๆ ของร่างกายร่วมด้วย หรือบางบุคคลอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีลักษณะการกระทำที่แตกต่างจากปกติไปกว่าเดิม รวมถึงชัก เมื่อมีลักษณะอาการพวกนี้ ชี้แนะให้มาเจอหมอโดยเร่งด่วน หรือลักษณะของการปวดหัวที่เป็นไข้หรือคอแข็งร่วมด้วย เหล่านี้บางทีอาจจะสื่อได้ว่าว่ามีการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง อันนี้ก็แนะนำให้รีบมาพบหมอโดยเร็ว

อาการน่าเป็นห่วง เมื่อแพ้นมวัว

ถึงแม้ว่านมวัวจะอุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียมสูง และวิตามินมากมายที่เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายช่วยในการเจริญเติบโตและระบบอวัยวะต่างๆ แต่ถึงจะมีประโยชน์มากแค่ไหนก็ตาม ก็ยังพบว่ามีผู้แพ้นมวัวอยู่ สามารถเป็นได้ตั้งแต่เกิด หรือบางคนก็พึ่งมารู้ตอนที่โตแล้ว โดยจะเกิดอาการแพ้รุนแรงจนเป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งหากรู้ถึงสาเหตุและวิธีการป้องกันก็จะสามารถควบคุมอาการได้

อาการแพ้นมวัว
อาการแพ้นมวัวต่างกับภาวะขาดเอนไซม์ย่อยแล็กเทส ตรงที่อาการแพ้นมวัว จะส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน จะมีอากรที่รุนแรงมากกว่า ภาวะขาดเอนไซม์ย่อยแล็กเทส ซึ่งแลกโทสเป็นน้ำตาลชนิดหนึ่งที่พบในนมวัว ทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด หรือท้องเสีย หลังจากที่เรารับประทานผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนมเข้าไป
โดยทั่วไปอาการแพ้นมวัวจะแตกต่างกันในแต่ละวัยดังนี้
           

           a. ในเด็กอ่อน
อาการที่พบจะมีตั้งแต่ขั้นเล็กน้อยตลอดจนรุนแรงมาก คือ
– ปวดท้อง อาเจียน
– มีผื่นลมพิษ ผื่นคันตามผิวหนัง
– ไอ หายใจเสียงดังวี้ด หายใจลำบาก
– หน้าบวม
หากอาการรุนแรงอาจมีอาการท้องเสีย มีเลือดออกช่องทวารหนัก และเด็กจะร้องไห้ไม่ยอมหยุด ซึ่งอาการจะดีขึ้นก็ต่อเมื่อหยุดให้เเด็กดื่มนมสูตรนี้เท่านั้น
         

           b. ในเด็กโตหรือผู้ใหญ่
อาการที่พบจะมีความรุนแรงมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับบุคคล บางคนอาจจะแพ้ทันทีที่ดื่มนมไป หรือแพ้ทันทีที่รับประทานอาหารที่มีนมวัวเป็นส่วนประกอบ อาการที่พบจะ
– มีลมพิษ
– หายใจดังวี้ด
– อาเจียน
แต่บางคนอาจแสดงอาการเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง
– อุจจาระเหลว อาจมีเลือดปน ท้องเสีย เป็นตะคริวที่ช่องท้อง
– ไอ หายใจดังวี้ด
– น้ำมูกน้ำตาไหล
– มีผดผื่นคัน ซึ่งพบบ่อยบริเวณรอบปาก

หนองใน ติดหรือไม่ติด รู้ได้อย่างไร?

หนองใน ติดหรือไม่ติด รู้ได้อย่างไร?
การติดหรือไม่ติดเชื้อหนองในที่เรียกว่า ไนซีเรีย โกโนเรียอี (Neisseria gonorrhoeae) นั้น สามารถติดกันได้ง่ายมากๆ สังเกตได้จากพฤติกรรมเสี่ยงของคุณ หากคุณเอง หรือคู่นอนของคุณมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นชนิดใดก็ตาม คุณควรที่จะรีบเข้ามาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย เมื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจ แพทย์ก็จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจภายใน โดยในขั้นตอนการวินิจฉันเบื้องต้นนั้นสามารถทำได้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน และทราบผลภายใน 1 สัปดาห์ หากผลออกมาพบว่าเป็นหรือมีโอกาสเป็นหนองในก็ต้องเข้ารับการตรวจเลือดเพื่อหาโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นร่วมด้วย อาทิ HIV , ไวรัสตับอักเสบบี และซิฟิลิส
ในการตรวจหาเชื้อควรตรวจจากตัวอย่างสำหรับส่งตรวจในทุกตำแหน่งที่มีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็น ในคอหากเคยมีเพศสัมพันธ์โดยการใช้ปาก ทวารหนักหากเคยมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก เป็นต้น ในปัจจุบันมีการตรวจโดยการหาสารพันธุกรรมของเชื้อหนองใน แต่เนื่องจากมีราคาค่าตรวจวินิจฉัยแพง จึงเลือกใช้สำหรับผู้ป่วยบางรายเท่านั้น

อาการของหนองในที่สังเกตเห็นได้

ผู้ชาย : หากคุณไปเสี่ยงรับเชื้อมาภายหลังจากที่ได้รับเชื้อประมาณ 2 – 10 วัน จะเริ่มรู้สึกแสบในลำกล้องเวลาที่ปัสสาวะ หรือในบางรายอาจมีอาการปัสสาวะขัด นอกจากนี้ยังมีหนองไหลออกมาจากท่องปัสสาวะ ในระยะแรก หนองจะเป็นแค่มูกใสๆ ที่ไม่ใช่น้ำปัสสาวะ หรืออสุจิ หลังจากนั้นอีก 12 ชั่วโมง สีของหนองจะมีความข้นขึ้นออกไปทางเหลือง และจะออกมาคล้ายกับเส้นก๋วยเตี๋ยว บางรายอาจจะรู้สึกปวดและบวมที่ถุงอัณฑะ หรืออาจมีการอักเสบที่บริเวณหนังหุ้มปลายองคชาตร่วมด้วย แต่จะพบได้น้อย ในทางตรงกันข้าม เพศชายประมาณ 10% ที่ติดเชื้อหนองในอาจไม่มีอาการเหล่านี้แสดงออกมาให้เห็นได้ชัด แต่ก็ยังสามารถแพร่เชื้อไปให้ผู้อื่นได้

ผู้หญิง : ในะระยะแรกที่มีการติดเชื้อหนองในจะไม่มีอาการหรือแสดงอาการออกมาน้อยมาก แต่หลังจากผ่านระยะแรกไปแล้วไม่นานนักก็จะมีอาการตกขาวผิดปกติ เช่น มีปริมาณที่มากขึ้น , เป็นหนองสีเหลือง หรือสีเขียว , มีกลิ่นเหม็น , ไม่คัน , มีอาการขัดเบาและแสบร้อนทุกครั้งเมื่อปัสสาวะ , ปัสสาวะขุ่น , ปวดท้องน้อย , เลือดออกกะปริดกะปรอยในระหว่างที่มีรอบเดือนซึ่งพบได้น้อย แต่หากมีอาการอักเสบของปีกมดลูก จะทำให้มีไข้สูง , หนาวสั่น , ปวด และกดเจ็บตรงบริเวณท้องน้อยคล้ายปีกมดลูกอักเสบ ในเพศหญิงนั้นมีความหลากหลายของอาการมากและประมาณ 50% ที่ติดเชื้อหนองในอาจจะไม่มีอาการเหล่านี้หรือสังเกตได้ยาก แต่ที่น่ากลัวคือสามารถแพร่เชื้อไปให้ผู้อื่นได้

ต้านภัย PM 2.5 ด้วยอาหารที่ไม่เคยรู้

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองจิ๋ว PM 2.5 ในปัจจุบันจะเริ่มเบาบางลงแล้วบ้าง แต่สภาพของอากาศในกรุงเทพฯ ก็ยังเต็มไปด้วยมลพิษให้ได้สูดดมกันเข้าไปอยู่ทุกวัน และเราต่างได้รับผลกระทบนี้กันไปเต็มๆ แต่อย่างไรก็ตามหนึ่งวิธีที่จะสามารถดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดีได้ก็คือ การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ช่วยเสริมภูมิร่างกายให้แข็งแรง พร้อมรับมือต้านมลพิษที่ฟุ้งกระจายอยู่ในเมือง อย่ารอช้าเลยค่ะ เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าอาหารที่ว่าดีนี้มีอะไรบ้าง

ผักตระกูลกะหล่ำ ได้แก่ บร็อกโคลี กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก คะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว ล้วนอุดมด้วยสารอาหารและวิตามินหลากหลายชนิด โดยเฉพาะสารชัลโฟราเฟนที่จะช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย จึงจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเป็นมะเร็งปอดจากมลพิษฝุ่นพิษต่างๆ และยังช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงด้วย

ผลไม้มากวิตามินซี นอกจากช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสในแบบที่สาวๆ ชอบแล้ว ผลไม้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เสริมภูมิร่างกายให้แข็งแรง และยังช่วยขับสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายที่อาจได้รับจากปัญหามลพิษ บรรเทาอาการภูมิแพ้และทำให้ปอดแข็งแรงขึ้น พบมากในผลไม้จำพวกฝรั่ง กีวี มะขามป้อม ส้มโอ มะละกอสุก มะนาว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ฯลฯ

ปลาและอาหารทะเล เป็นอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง ช่วยเสริมสร้างผนังเซลล์ในร่างกายจึงอาจมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพจากผลกระทบของฝุ่นพิษได้ พบได้ในปลาทะเลและปลาน้ำจืดบางชนิด เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาทู ปลากะพงขาว ปลาดุก ปลาช่อน กุ้ง หอย รวมถึงน้ำมันปลา ซึ่งการกินปลาด้วยวิธีต้ม แกง หรือนึ่งจะได้ประโยชน์ที่สุดเพราะโอเมก้า 3 จะสูญสลายหากผ่านความร้อนสูงๆ เช่นการทอด

ผักผลไม้สีส้ม-เหลือง-แดง เต็มไปด้วยวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยเสริมระบบทางเดินหายใจและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง โดยเฉพาะเสริมประสิทธิภาพการทำงานของปอดให้ดีขึ้น พบมากในกลุ่มผักผลไม้ที่มีสีส้ม สีเหลือง และสีแดง เช่น ฟักทอง มะเขือเทศ แครอท มันเทศ มันหวาน มะละกอข้าวโพด รวมถึงผักใบเขียวเข้มอย่างผักบุ้งและตำลึงก็ช่วยต้านฤทธิ์ฝุ่นจิ๋วได้

ธัญพืชต่างๆ เช่น ถั่ว งา เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เม็ดแมงลัก เรื่อยไปถึงขนมปังโฮลวีต ซีเรียลชนิดโฮลเกรน ล้วนมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพได้เช่นกันเพราะมีคุณค่าทางอาหารสูง บางชนิดนอกจากจะให้กรดโอเมก้า 3 เช่นเดียวกับเนื้อปลาแล้ว ยังมีวิตามินอีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยมที่ช่วยชะลอการเสื่อมสมรรถภาพของเซลส์และปกป้องปอดจากมลพิษได้

อย่างไรก็ตามนอกจากการดูแลตัวเองด้วยการเลือกกินอาหารเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรงแล้ว ก็ควรจะออกกำลังกายให้ได้อย่างสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ที่สำคัญอย่าลืมพกแว่นกันแดดและหน้ากากเพื่อป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากการสูดดมฝุ่นละออง เมื่อต้องออกจากบ้านไปทำงานหรือทำภาระกิจต่างๆ หรือหลีกเลี่ยงสถานที่ที่ฝุ่นควันพิษเยอะเป็นพิเศษ ซึ่งอย่างน้อยก็สามารถเป็นเกราะกำบังช่วยลดผลกระทบจากมลพิษได้

ประเภทอาหารที่ไม่ควรทานพร้อมกับการดื่มแอลกอฮอล์

จริงๆ แล้วเราไม่อยากแนะนำให้ดื่มแอลกอฮอล์สักเท่าไร แต่หากคุณมีความจำเป็นต้องไปงานปาร์ตี้ หรือต้องสังสรรค์กับเพื่อนฝูงพร้อมแอลกอฮอล์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากเราจะแนะนำให้ดื่มในปริมาณน้อยแล้ว เราอยากพูดถึงอาหารที่หลายคนอาจจะสั่งมากินคู่กับแอลกอฮอล์ แต่จริงๆ แล้วอาจทำลายสุขภาพในอนาคตได้

อาหารรสเค็ม
อาหารรสเค็ม เช่น กับแกล้ม ขนมขบเคี้ยวต่างๆ ทำให้ร่างกายเราได้รับโซเดียมมากขึ้น โซเดียมทำให้เรากระหายน้ำมากขึ้น จึงอาจทำให้เราเผลอดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นไปด้วย ดังนั้นควรเปลี่ยนกับแกล้มเป็นผัก เนื้อสัตว์รสไม่จัด ถั่วต่างๆ (ไม่โรยเกลือ) จะดีกว่า

อาหารรสเปรี้ยว
ผลไม้ตระกูลซีตรัส เช่น มะนาว ส้ม รวมถึงอาหารรสเปรี้ยว อาจเร่งอาการของโรคกรดไหลย้อนได้ ใครที่มีความเสี่ยง หรือกำลังเป็นโรคนี้อยู่ ควรหลีกเลี่ยง

ขนมปัง
ในกรณีที่แอลกอฮอล์ที่คุณดื่มเป็นเบียร์ ขนมปัง และเบียร์ทำจากยีสต์ทั้งคู่ การบริโภคอาหารที่ทำจากยีส์เข้าไปในครั้งเดียวกันมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรืออาหารไม่ย่อยได้

น้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล
น้ำอัดลมสูตรไม่มีน้ำตาลที่หลายคนนำมาเป็นมิกเซอร์ ผสมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจทำให้เราเมาเร็วกว่าน้ำอัดลมสูตรที่มีน้ำตาลตามปกติ เพราะน้ำตาลจะทำให้แอลกอฮอล์ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดช้าลง ซึ่งจะทำให้เราเมาช้ากว่าน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาลเล็กน้อย (แต่ไม่ได้หมายความว่าน้ำอัดลมสูตรไม่มีน้ำตาลไม่ทำให้เมานะ แค่เร็วกว่าเล็กน้อย)

อาหารไขมันสูง
เช่น อาหารทอด อาหารมันต่างๆ ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างคลายตัว จึงอาจส่งผลให้เร่งอาการของโรคกรดไหลย้อนได้ และยังชะลอการทำงานของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารไม่ย่อยได้อีกเช่นกัน

หากจะดื่มแอลกอฮอล์ ควรรับประทานอาหารให้เรียบร้อยก่อน แล้วดื่มแอลกอฮอล์ไม่เกินลิมิตของตัวเอง ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอเพราะอาจปัสสาวะบ่อย และอย่าลืมเมาไม่ขับด้วย

อาการปวดท้องมีที่มาอย่าปล่อยให้ผ่านไป

อาการปวดท้องนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ หากเป็นในสาวๆ แล้วละก็ อาการปวดท้องก็เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยๆ และมักจะหายไปเอง ซึ่งอาการปวดท้อง ปวดท้องข้างซ้าย หรือปวดท้องน้อยเป็นสัญญาณเตือนที่เกิดจากอาการผิดปกติทั่วไป เป็นเพียงไม่กี่ชั่วโมงแล้วก็หายไปภายในวันนั้นโดยไม่ต้องเข้ารับการรักษาจากแพทย์ แต่อาการปวดท้องก็ยังมีโอกาสที่จะกลับมาหาเราได้บ่อยๆ จนกลายเป็นอาการเรื้อรังที่มีสาเหตุมาจากโรคภายในได้ ทางที่ดี ถ้าเกิดว่าเรากำลังเผชิญกับอาการปวดท้อง หรือปวดท้องข้างซ้ายอยู่ แนะนำให้เข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุของการเกิดจะดีที่สุด จะได้หาทางรักษาได้ทันท่วงที

หากว่าเรารับรู้ได้ถึงอาการปวดท้องที่เกิดในแต่ละข้าง ก็จะยิ่งทำให้เรารู้ได้ถึงสาเหตุของอาการปวดนั้นชัดเจนขึ้น วันนี้ เราจะมาเรียนรู้อาการปวดท้องข้างซ้ายกันก่อน จะได้รู้ว่าอาการที่เกิดจะบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพอะไรได้บ้าง

ปวดท้องข้างซ้ายบน

ภายในช่องท้องบริเวณด้านซ้ายบนประกอบด้วยอวัยวะสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็น กระเพาะอาหาร ตับ ตับอ่อน ม้าม ลำไส้ และไตซ้าย ที่สำคัญยังอยู่ใกล้กับหัวใจอีกด้วย ฉะนั้น คนที่มีอาการปวดท้องข้างซ้ายบน หรือปวดท้องข้างซ้านบริเวณใต้ซี่โครง อาจเกิดได้จากสาเหตุเหล่านี้

โรคหัวใจ

อาจจะดูแปลกไปสักหน่อย เพราะว่าการเป็นโรคหัวใจอาจไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับอาการปวดท้องที่เกิดขึ้น แต่การปวดท้องข้างซ้ายบนก็นับเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่สื่อถึงการเริ่มต้นที่จะเป็นโรคหัวใจได้ ซึ่งการปวดท้องเป็นเพียงขั้นแรกที่จะนำไปสู่การเป็นภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ประกอบกับอาการอื่นๆ ที่จะเกิดตามมา ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดที่รอบสะดือ อาการปวดที่บริเวณลิ้นปี่ หรืออาการปวดที่บริเวณใต้ชายโครงและท้องน้อย โดยลักษณะของการปวดที่เป็นขั้นต้นนั้นจะเป็นการปวดแบบเสียดๆ หรือปวดตื้อๆ แล้วค่อยเพิ่มความรุนแรงของอาการปวดขึ้นจนทำให้ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ ไปจนถึงนอนไม่หลับ อาจมีอาการอาเจียนบ่อยครั้ง ถ้าหากมีทั้งสองอาการนี้เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน 3 – 4 ครั้ง แนะนำให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียดจะดีที่สุด

ท้องผูก

เนื่องด้วยบริเวณช่องท้องส่วนบนเป็นที่อยู่ของอวัยวะสำคัญ อย่าง ลำไส้ใหญ่ จึงอาจทำให้ผู้มีอาการท้องผูกรู้สึกปวดท้องข้างซ้ายบนได้ โดยอาการท้องผูกนั้นเกิดขึ้นจากการที่อุจจาระตกค้างอยู่ภายในลำไส้ใหญ่ ไม่สามารถเคลื่อนตัวไปได้ตามปกติ ซึ่งผู้ที่มีอาการนี้อาจเกิดความรู้สึกอึดอัด อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดกลิ่นปาก และกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย

แก๊สในกระเพาะอาหาร

ในเครื่องดื่ม หรือในอาหารบางชนิด เมื่อเรารับประทานเข้าไปแล้วอาจทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารได้ บางกรณีอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องข้างซ้ายบน ไปจนถึงเกิดอาการจุกเสียด แน่นท้อง จนทำให้อึดอัด ซึ่งการรักษาก็ทำได้ด้วยการรับประทานยาลดกรด หรือยาขับลม

กระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ

การรับประทานอาหารที่ไม่สดสะอาด หรือเป็นอาหารที่มีสารปนเปื้อน มีเชื้อไวรัส ตลอดจนเชื้อแบคทีเรียก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดโรคกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง มีอุจจาระร่วงแบบเฉียบพลัน ร่วมด้วยอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ไปจนกระทั่งถึงภาวะขาดน้ำด้วย ซึ่งการรักษาอาการอักเสบนี้ จะต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ร่วมกับการใช้ยาเพื่อรักษาตามอาการ อาทิ ยาช่วยย่อย หรือยาลดกรดในกระเพาะอาหาร

ลำไส้แปรปรวน

อาการปวดท้องข้างซ้ายบน อาจเกิดมาจากการทำงานที่ผิดปกติของลำไส้ ซึ่งเป็นอาการเรื้อรังของโรคลำไส้แปรปรวน หรือโรคดังกล่าวนั้นอาจเกิดจากการติดเชื้อภายในลำไส้ ที่นอกจากจะเกิดอาการปวดท้องแล้ว ยังมีอาการท้องเสียเรื้อรัง รวมถึงมีอาการท้องผูกอยู่เป็นประจำ ต้องบอกเลยว่าโรคนี้เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่สามารถควบคุมให้อยู่ภาวะที่เป็นปกติได้

ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน

การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อาจเป็นจุดกำเนิดของอาการตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน เพราะปริมาณแอลกอฮอล์ที่เข้าสู่ร่างกายนั้นมีมากจนเกินไป ส่งผลให้มีอาการปวดท้องข้างซ้ายบน ซึ่งนอกจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว อาการตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันอาจเกิดได้จากการใช้ยาบางชนิด ตลอดจนได้รับการกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ ซึ่งอาการในระยะเริ่มต้นอื่นๆ ก็ยังมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย รวมถึงมีไข้ตามมาอีกด้วย

อาหารเป็นพิษ

อาการอาหารเป็นพิษ หรืออาจเรียกได้อีกชื่อหนึ่งว่า ภาวะอาหารเป็นพิษ เกี่ยวข้องกับอาการปวดท้องข้างซ้ายบน เพราะเป็นหนึ่งในอาการของภาวะนี้ มีสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อที่มาจากอาหารอย่างเฉียบพลัน ลักษณะอาการที่เกิดขึ้นอื่นๆ ได้แก่ คลื่นไส้ ปวดศีรษะ อาเจียน ปวดเนื้อปวดตัว รวมถึงมีไข้สูง ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นภาวะอาหารเป็นพิษจะเริ่มแสดงอาการภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากการรับประทานที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่ ต้องรีบไปปรึกษาแพทย์ หรือเข้ารับการตรวจในอย่างละเอียดและทำการรักษาในทันที

อาการปอดบวม

อีกหนึ่งอวัยวะที่แม้จะไม่ได้อยู่ในบริเวณช่องท้อง แต่ก็อาจส่งผลข้างเคียงต่ออาการปวดท้องได้เช่นกัน อย่าง ปอด หากมองไปที่อาการปอดบวมที่เกิดจากการติดเชื้อแล้ว ปอดนั้นจะขยายตัวและไปกดทับอวัยวะสำคัญที่อยู่ใกล้เคียงในบริเวณซีกซ้ายของร่างกาย ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องข้างซ้ายบนได้ ส่งผลให้การหายใจนั้นทำได้ลำบาก เจ็บหน้าอก มีไข้สูง ตัวหนาวสั้น รวมถึงมีอาการไออย่างรุนแรงเกิดขึ้นด้วย

อาการม้ามโต

อาการม้ามโต อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งในที่นี้อาจเกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัส ไปจนกระทั่งผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากโรคตับแข็ง หรือโรคลูคีเมีย โดยอาการที่สังเกตเห็นได้ชัด คือ ม้ามจะขยายใหญ่ขึ้น และไปกดทับอวัยวะสำคัญต่างๆ ทำให้มีอาการปวดท้องข้างซ้ายบน อีกทั้งยังมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น อาการอึดอัด แน่นท้อง แขนขาอ่อนแรง หายใจไม่สะดวก ติดเชื้อง่าย เหนื่อยง่าย และเพื่อให้แน่ใจถ้าหากสงสัยว่าตัวเรา หรือคนใกล้ตัวอาจมีอาการม้ามโต ให้สังเกตอาการที่ขึ้นร่วมด้วย

 

ปวดท้องข้างซ้ายล่าง

ไส้เลื่อน

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอาการที่น่าวิตก เพราะอาการไส้เลื่อนนั้นเป็นอาการที่ลำไส้จะไหลผ่านผนังช่องท้องไปกระจุกรวมตัวกันอยู่ที่บริเวณใดบริเวณหนึ่ง ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเกิดขึ้นกับผู้ชายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่อาการนี้ยังอาจเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงเช่นกัน ซึ่งเมื่อเกิดอาการไส้เลื่อนแล้ว จะทำให้เกิดการปวดท้องอย่างรุนแรง และหากอาการนี้เกิดขึ้นบริเวณขาหนีบก็จะยิ่งอันตรายที่นอกเหนือจากอาการปวด ก็ยังทำให้สังเกตเห็นว่ามีก้อนตุงๆ อยู่ที่บริเวณหน้าท้อง อันเป็นเหตุมาจากไส้ที่เลื่อนออกมาอยู่ที่ผนังหน้าท้องนั่นเอง

โรคไต

เมื่อเกิดการติดเชื้อขึ้นที่บริเวณไต หรือเกิดมีนิ่วขึ้นในไต จะทำให้เกิดอาการปวดท้องข้างซ้ายล่าง ซึ่งสามารถแยกทั้ง 2 ได้จากอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น โดยอาการไตอักเสบ จะมาพร้อมกับอาการปวดท้องข้างซ้ายล่างแบบเฉียบพลัน ปวดปัสสาวะตลอดเวลา มีอาการปวดแสบปวดร้อนขณะที่ปัสสาวะ หรืออาจปัสสาวะเป็นเลือดร่วมด้วย ในขณะที่อาการนิ่วในไตนั้นจะมาพร้อมกับไข้สูง มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ร่วมกับอาการปวดหน่วงๆ ที่บริเวณต้นขา

โรคถุงผนังลำไส้อีกเสบ

โรคนี้เป็นโรคที่พบได้ในผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากว่าเมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น เนื้อเยื่อที่บริเวณผนังลำไส้ก็จะเสื่อมไปตามลำดับ ซึ่งอาจทำให้เกิดความดันในบริเวณลำไส้ใหญ่ อีกทั้งยังทำให้ผนังลำไส้เกิดการโป่งพอง โดยในส่วนที่โป่งพองนี้ก็จะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ทำให้เกิดการอักเสบในเวลาต่อมา ผู้ป่วยที่มีอาการนี้ก็จะปวดท้องข้างซ้ายล่าง หรือต่ำกว่าสะดือลงมา จะมีอาการปวดอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา อาจทำให้อุจจาระเป็นเลือด มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน รวมถึงเบื่ออาหารร่วมด้วย

ท้องนอกมดลูก

ในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ หากเกิดอาการปวดท้องข้างซ้ายล่าง นั่นอาจเป็นสัญญาณไม่ดีของสุขภาพที่กำลังจะบอกตัวเราอยู่ เพราะอาการปวดนี้นั้นบ่งบอกถึงภาวะการตั้งท้องนอกมดลูกที่จะส่งผลเสียและเป็นอันตรายต่อทั้งตัวแม่และเด็กที่อยู่ในครรภ์ ซึ่งหากคุณผู้หญิงคนไหนที่เกิดภาวะการท้องนอกมดลูก จะทำให้เกิดอาการปวดอันเนื่องมาจากเส้นเอ็นยึดมดลูก เกิดซีสต์ในรังไข่ อีกทั้ง การที่ปวดท้องข้างซ่ายล่างเป็นเพราะกระเพาะปัสสาวะมีการขยายตัว โดยหากเกิดอาการดังกล่าวก็ไม่ควรเพิกเฉย ต้องรีบไปพบแพทย์โดยทันที

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

อาการนี้อาจพบได้บ่อยในผู้หญิง โดยอาจทำให้เกิดการปวดประจำเดือนมากขึ้น อีกทั้งยังมีอาการปวดท้องข้างซ้ายล่างตามมา นอกจากนั้นก็ยังอาจเกิดอาการอื่นๆ ร่วมด้วย อาทิ ท้องเสีย ท้องผูก รู้สึกเจ็บเวลาที่ปัสสาวะ หรืออาจมีประจำเดือนที่มาผิดปกติ ที่แย่ไปกว่านั้น ยังอาจเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่ได้อีกด้วย

การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ รวมถึงกรวยไตอักเสบ อาจเกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ที่ส่งผลให้เกิดการปวดท้องข้างซ้ายล่าง ปัสสาวะติดขัด รวมถึงเกิดความรู้สึกปวดท้องน้อยในขณะที่ปัสสาวะ ถ้าหากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดการติดเชื้อลุกลามไปยังไตได้ และกลายเป็นโรคไตในที่สุด

ซีสต์ในรังไข่

การเกิดซีสต์ในรังไข่ เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องข้างซ้ายล่างได้เช่นกัน โดยจะมีอาการปวดหน่วงๆ ทำให้ปัสสาวะบ่อย ประจำเดือนมาผิดปกติ โดยการเกิดซีสต์ในรังไข่นี้ไม่ใช่อาการที่ร้ายแรงถึงขนาดที่จะกลายไปเป็นมะเร็งรังไข่ได้ ผู้ที่มีความเสี่ยงว่าจะเป็น หรือเป็นแล้วแต่ยังมีขนาดของซีสต์ที่ไม่ใหญ่มาก จำเป็นต้องทำการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด เพราะหากทิ้งเอาไว้ก็จะยิ่งทำให้อาการปวดท้องมีเพิ่มมากขึ้น

ปวดท้องข้างซ้าย จะต้องดูแลเบื้องต้นอย่างไร ?
หากมีอาการปวดท้องข้างซ้ายขึ้นโดยที่เรายังไม่แน่ใจว่ามาจากสาเหตุอะไร ก็ให้ดูแลในเบื้องต้นก่อนที่จะเดินทางไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย ให้หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อย่าง อาหารจำพวกทอดที่ต้องใช้น้ำมัน เนื้อสัตว์ที่ติดมัน อาหารที่มีรสจัด ไปจนกระทั่งถึงการรับประทานอาหารที่จะต้องแบ่งทานพอประมาณในแต่ละครั้ง อย่าทานให้อิ่มจนเกินไป เคี้ยวให้ละเอียดก่อนที่จะกลืน อย่าเร่งรีบ ทานช้าๆ ที่สำคัญ ! ต้องไม่รับประทานอาหารก่อนที่เข้านอนประมาณ 2 ชั่วโมง ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มจำพวกที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนผสม อาทิ กาแฟ ชา โอเลี้ยง ช็อกโกแลต โกโก้ และน้ำอัดลมอัดแก๊สต่างๆ แต่หากลองทำตามวิธีที่บอกแล้วยังไม่ทุเลาลง ก็ให้รีบเดินทางไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรักษาอาการในทันที

นอกจากโรคและอาการต่างๆ ที่กล่าวไปแล้ว อาการปวดท้องข้างซ้ายทั้งส่วนบนและส่วนล่าง ก็ยังเป็นอาการเริ่มต้นและสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ว่าเราอาจจะกำลังเป็นโรคอีกหลายชนิดได้ ไม่ว่าจะเป็น โรคมะเร็งในช่องท้อง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคงูสวัส เกิดไส้ติ่งอักเสบ หรือแม้แต่ลำไส้ฉีกขาด เป็นต้น ทางที่ดี หากเกิดอาการปวดท้องข้างซ้าย กินยาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ช่วยบรรเทาอาการที่เป็นอยู่ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียด ไม่ควรปล่อยปละละเลย ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้