สมุนไพรไทย

สมุนไพรไทย คือ ผลิตผลของธรรมชาติได้จากแร่ธาตุ พืชและสัตว์ที่นำไปใช้เป็นยาหรือนำไปผสมสารสัดอื่นๆตามสูตรยาเพื่อบำบัดโรคบำรุงร่างกายให้ดีขึ้น หากนำสมุนไพร2ชนิด

มาผสมรวมกันจะเรียกได้ว่ายา นอกจากนี้พืชสมุนไพรอื่นๆอีกทั้งอีกสัตว์หรือแร่ธาตุทั้งหลายส่วนประกอบเหล่านี้เราจะเรียกว่า เภสัชวัตถุ ยังนำพืชสมุนไพรบางชนิด กานพลู  กระวานและเร่วมาประกอบการทำยาได้

คำว่าสมุนไพร หมายถึงพืชที่ใช้ทำเป็นเครื่องยาที่เอามาบรรเทาอาการป่วยได้สมุนไพรเกิดมาจากธรรมชาติยังช่วยมนุษย์ในทางสุขภาพอีกด้วยหมายถึงช่วยส่งเสริมสุขภาพให้ดีขึ้นและรักษาโรคได้ควายหมายของยาสมุนไพรเป็นยาที่ได้จากธรรมชาติสัตว์

แร่ธาตุได้มีการปรุงหรือผสม เช่น พืช เป็นส่วนของใบ ลำต้น ดอก ผลและรากไม่ได้มีการแปรรูปใดแต่กลับกันในทางการค้าสมันไพรมักจะถูกแปรรูปไปในแบบต่างๆ เช่นถูกตัดให้เป็นชิ้นเล็กลง บดให้ละเอียดหรือนำเอาไปอัดแท่งแต่ในทางของคนเก่าคนแก่

เมื่อพูดถึงสมุนไพรจะนึกถึงต้นไม้หรือใบที่นำมาใช้เป็นยาเพราะเขากินมาแบบนี้ตลอด พืชสมุนไพรตั้งแต่อดีตรู้กันดีว่ามีคุณค่าทางการรักษามากมายยังเชื่ออีกว่าพืชต่างๆยังมีสารที่เป็นยาดีอีกด้วยเพียงแต่พืชตัวไหนมีค่าทางยามากหรือน้อยเท่านั้น

พืชสมุนไพรหรือตัวยาสมุนไพรนี้แบ่งออกได้ 5 ประเภท

1.รูป คือ  ดอกไม้   ใบไม้  เปลือกไม้   แก่นไม้  รากไม้และเมล็ด

2.สี  คือ  มองแล้วเห็นเป็นสีใบไม้ สีแดง  ส้ม  ม่วง  น้ำตาลและดำ

3.กลิ่น  คือ  รู้ว่ามีกลิ่นหอ  เหม็น  หอม หรือกลิ่นอื่นๆ

4.รส   คือ  รู้ว่ามีรส  จืด  ฝาด  ขม  เค็ม หวาน เปรี้ยวและเย็น

5.ชื่อ  คือ  รู้ว่ามันมีชื่อว่าอะไรพืชสมุนไพรต่างๆต้องรู้ว่า  ชิงหรือข่าเป็นยังไง  

ยาที่แบได้จากเภสัชวัตถุถูกแบ่งไว้เป็น 2 ประเภท

1.ยาแผนโบราณ  คือ ยาทีใช้ประกอบโรคแผนโบราณหรือการบำบัดมีบอกไว้ในตำรายาแผนโบราณเป็นยาที่ได้รับการยอมรับให้เป็นต้นตำรับยาแผนโบราณ

2.ยาสมุนไพร คือ ยาที่ได้จากร่าตุหรือสัตว์ได้ผสมหรือแปรสภาพเป็นยาสมุนไพรจะใช้เป็นยาแล้วยังเอาไปเป็นอาหารได้อีกด้วยยังเอาไปเป็นอาหารเสริมอีกทั้งยังนำมาดื่มกินได้อีก ส่วนประกอบต่างๆยังใช้แต่งกลิ่น  แต่งสียังนำเอาไปทำอย่างอื่นได้อีกมากมาย ถ้าใช้ไม่ถูกวิธีหรือใช้มากเกินไปจะมีอันตรายถึงชีวิตได้ควรใช้อย่างเหมาะสมที่สุดปัจจุบันประเทศไทยยังคงนำสมุนไพรมารักษาโรคอยู่หรือเอาไปแปรรูปก็มีประโยชน์อยู่มากมาย

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจซิฟิลิส

รู้หรือไม่อาการคันน้องสาวเกิดขึ้นได้อย่างไร

เคยกันบ้างไหม กำลังเดิน shopping เพลินๆ น้องสาวก็ดันคันขึ้นมาซะอย่างนั้น จะเปิดกระโปรงยืนเกาตรงนั้นเลยก็ทำไม่ได้ เพราะอายคนอื่นๆเขาได้แต่เดินหนีบๆ รีบไปเข้าห้องน้ำ สาวๆหลายคนคงจะเคยพบปัญหาอาการคันยิบๆแบบนี้กันบ้างล่ะ

บางคนนอกจากจะคันที่น้องสาวแล้วยังมีลามเข้าไปคันในช่องคลอด แถมบางครั้งยังมีกลิ่นเหม็นเน่าตามออกมาให้หลอนกันอีกด้วย ทั้งที่ก็ล้างทำความสะอาดน้องสาวทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ แต่ทำไมยังมีอาการแบบนี้อีก  มีใครพอจะรู้บ้างไหมว่าอาคันเหล่านี้มันเกิดมาจากสาเหตุอะไร ถ้ายังไม่รู้ลองมาศึกษาข้อมูลตรงนี้กันก่อนค่ะ 

1.การติดเชื้อยีสต์  หรือที่รู้จักกันดีในภาษาชาวบ้านคือ การมีเชื้อราในช่องคลอด โดยปกติช่องคลอดของผู้หญิงเราจะมีเชื้อราตัวนี้อยู่แล้วแต่จะไม่แสดงอาการใดๆ แต่เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายของเรามีความผิดปกติ จำนวนเชื้อราชนิดนี้จะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นจนเกิดการอักเสบและทำให้ติดเชื้อ  สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาเชื้อราในช่องคลอดเกิดจาก การใส่กางเกงที่รัดแน่นเกินไป

หรือเกิดจากความอับชื้น หรือการใส่ผ้าอนามัยแล้วไม่ค่อยเปลี่ยน  การซื้อน้ำยาล้างจิมิมาใช้ เพราะน้ำยาจะเข้าไปทำลายแบคทีเรียชนิดดี ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย โดยถ้ามีการติดเชื้อเริ่มแรกจะมีอาการคันในช่องคลอด มีตกขาวมามากจนผิดปกติบางคนอาจมีอาการแสบในช่องคลอดด้วย

ตกขาวที่พบมักจะออกมาเป็นก้อนๆคล้ายแป้งเปียก บางครั้งอาจมีสีเหลือง วิธีการรักษาจะมียากที่ใช้เหน็บช่องคลอดโดยตรงเหน็บให้ครบตามจำนวนวันที่ข้างกล่องระบุ หรือทายาต้านเชื้อรา แต่ถ้ามีอาการคันมากๆ มีกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงควรไปพบแพทย์ 

2.ภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย  เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แลคโตบาซิไลในช่องคลอด มีปริมาณลดลง ทำให้แบคทีเรียไม่สมดุลกันระหว่างชนิดดีกับไม่ดีเนื่องจากแบคทีเรียชนิดนี้เป็นแบคทีเรียชนิดดี จึงทำให้เกิดการอักเสบ   อาการของการติดเชื้อจะมีอาการเหมือนกับการติดเชื้อยีสต์  คือ อาการจะมีตกขาวมากกว่าปกติ มีสีขาวขุ่นหรือสีเทาและเหนียว

มีกลิ่นเหม็น ขณะปัสสาวะจะปวดแสบ มีอาการคันด้านในช่องคลอด ส่วนสาเหตุของการเกิดโรคนี้นั้นจะมีสาเหตุเหมือนกันคือ  การซื้อน้ำยามาล้างช่องคลอด  การรับประทานอาหารจำพวกของหมักดอง และปลาร้า เป็นต้น การรักษาต้องไปพบแพทย์เพราะต้องทานยาปฏิชีวนะตามที่แพทย์สั่ง

  1. นอกจากสาเหตุจะมาจากการติดเชื้อยีสต์หรือเชื้อแบคทีเรียได้แล้ว อีกสาเหตุหนึ่งคือการเกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่นโรคเริม  โรคหนองใน หรือตัวโลนในขนอวัยวะเพศ โดยโรคพวกนี้สาเหตุจะมาจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกันและการเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ทันที

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยลาว4ตัว

อยากผิวขาวต้องลอง

สำหรับคนที่อยากมีผิวขาวกระจ่างใส ซึ่งการที่เราจะสามารถลองสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโลชั่น สบู่ สครับหรือวิตามินต่างๆที่จะช่วยทำให้ผิวขาวนั้นก็อาจจะต้องมีการลองผิดลองถูกกันบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าทั้งของที่มีราคาแพและราคาถูกต่างก็ต้องยอมเสี่ยงเพื่อทดสอบผลลัพธ์นั่นเอง และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละคนนั้นก็จะแตกต่างกันไปด้วย เนื่องจากสภาพสีผิวและพื้นผิวของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไปนั่นเอง 

เริ่มต้นด้วยไอเท็มผิวขาวตัวแรกที่จะแนะนำก็คือ สมุนไพรขัดหน้าปทุมมาศ ซึ่งเป็นไอเท็มผิวขาวที่สามารถหาซื้อได้ง่ายตาม7-11ราคาเพียง25บาทเท่านั้น และเป็นไอเท็มที่นิยมใช้มาอย่างยาวนานแล้วด้วย และวิธีใช้เพื่อให้ผิวกระจ่างใสก็คือการนำมาผสมกับน้ำ ซึ่งจะออกเป็นคล้ายๆผงขมิ้นและมีการผสมสมุนไพรอื่นๆด้วย

สามารถใช้ได้ทั้งการขัดหน้าและขัดตัว และควรทำอย่างน้อยอาทิตย์ละ1-2ครั้งก็ พียงพอแล้ว เพราะถ้าหากมีการขัดผิดมากไปก็อาจจะทำให้ผิวนั้นเกิดการอักเสบและทำให้แทนที่ผิวจะขาวกระจ่างใสกลับดำคล้ำง่ายเพราะผิวเกิดการอักเสบนั่นเอง

และเวลาที่ใช้ผงขัดตัวนี้นั้นจะให้ความรู้สึกเย็นๆที่ผิวหรือให้ความผ่อนคลายกับผิวนั่นเองและสามารถขจัดสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวเก่าที่คล้ำเสียได้อย่างดี เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อเราทาครีมหลังการขัดหน้านั้นก็จะช่วยทำให้ครีมนั้นซึมเข้าผิวของเราได้ดีขึ้นนั่นเอง

ตัวถัดมาจะเหมาะสำหรับคนที่ชอบมาร์คหน้าหรือต้องการการบำรุงแบบเร่งด่วน ก็คือ My Beauty Dairy และสำหรับคนที่ชอบไปเที่ยวฮ่องกงหรือมาเลเซียนั้นจะมีแบบยกแพ็คราคาถูกกว่าที่ไทยขายด้วย แต่มาร์คตัวนี้นั้นจะมีหลายสูตรมากๆ แต่จะแนะนำก็คือสูตรแอปเปิ้ล เพราะว่าเวลาที่ใช้นั้นจะสามารถสัมผัสได้ถึงผิวที่กระจ่างใสขึ้นและช่วยกระชับรูขุมขนได้ดีอีกด้วย

และตัวแผ่นมาร์คของเค้านั้นเป็นแผ่นมาร์ที่ดี มาร์ไปแล้วจะไม่ได้รู้สึกเยิ้มหรือเหนอะหนะแต่อย่างใดและตัวเนื้อมาร์คนั้นจะซึมเข้าผิวได้อย่างดีด้วย แนะนำสำหรับถ้าวันไหนเราอยากแต่งหน้าแล้วให้ความรู้สึกหน้าที่เฟรชหรือแต่งหน้าแล้วหน้าดูฟูก็สามารถลองใช้ตัวนี้มาร์คก่อนการแต่งหน้าหรือจะมาร์คก่อนนอนก็ได้เช่นกัน

และสุดท้ายคือการดูแลจากภายในสู่ภายนอก ก็คือการกินวิตามินนั่นเองและวิตามินที่ช่วยในเรื่องผิวกระจ่างใสได้ก็คือวิตามินซีนั่นเอง ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านขายยาทั่วไปได้ ซึ่งก็จะมีมากมายหลายยี่ห้อ แต่ยี่ห้อที่แนะนำก็คือ Blackmores  เพราะราคาถูกและหาซื้อง่ายด้วย 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออมสิน

การเลือกรองพื้นให้เหมาะกับผิวหน้า

การเลือกใช้รองพื้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผิวหน้าอย่างมาก หน้าจะดูดีหรือไม่ก็อยู่ที่การเลือกรองพื้นให้เหมาะกับสีผิวและผิวหน้าของเรานั่นเอง

บางคนเลือกรองพื้นที่ไม่เหมาะกับผิวและเลือกรองพื้นที่มีสีไม่เข้ากับหน้าก็อาจจะทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าหน้าลอยหรือหน้าเทานั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้นหากเลือกรองพื้นไม่เหมาะกับผิวหน้าก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาผิวต่างๆตามมาได้ด้วย เช่นการเกิดการอุดตันและทำให้กลายเป็นสิวนั่นเอง

การเลือกรองพื้นจึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะนอกจากจะต้องเลือกให้รองพื้นมีคุณสมบัติที่เหมาะกับผิวหน้าแล้วนั้นก็จะต้องเลือกเฉดสีที่เข้ากับสีผิวเราด้วย และการเลือกรองพื้นที่มีประสิทธิภาพตามความต้องการในการใช้ต่างๆก็สำคัญเช่นกัน การเลือกรองพื้นจึงมีวิ่งที่ต้องพิจารณาอยู่หลักๆก็คือการเลือกประเภทรองพื้นและการเลือกเฉดสีนั่นเอง

การเลือกประเภทของรองพื้น รองพื้นจะแบ่งออกเป็น 3ประเภท ได้แก่ รองพื้นที่มีเนื้อแมทซ์ รองพื้นที่มีเนื้อแมทซ์นั้นจะเป็นรองพื้นเหมาะสำหรับผิวหน้าที่มีความมัน เพราะรองพื้นจะช่วยในการควบคุมความมันนั่นเอง แต่รองพื้นประเภทนี้อาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่มีผิวหน้าแห้ง เพราะเนื่องจากรองพื้นเนื้อแมทซ์นั้นจะเป็นเนื้อรองพื้นที่มีความแห้งและค่อนข้างเกลี่ยยาก

หากผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งใช้อาจจะทำให้รองพื้นเป็นคราบและไม่เรียบเนียนและรองพื้นเนื้อแมทซ์จะช่วยเรื่องการปกปิดที่ดีมากๆ ทั้งรองสิวรองด่างดำ เป็นต้น และเนื่องจากรองพื้นเป็นเนื้อแมทซ์ควรมีการทำความสะอาดที่ดีเพราะหากทำความสะอาดไม่ดีอาจจะเกิดสิวอุดตันได้

รองพื้นเนื้อแมทซ์ปานกลาง รองพื้นประเภทนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาผิวหรือเหมาะสำหรับผิวทั่วไป รองพื้นตัวนี้จะมีเนื้อรองพื้นที่เน้นความบางเบา และไม่ได้ต้องการการปกปิดมาก ดังนั้นรองพื้นตัวนี้นั้นจะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการแต่งหน้าแบบใสๆ หรือเอวี่เดย์ลุกนั่นเองแลเนื้อรองพื้นจะไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของผิวด้วย

รองพื้นเนื้อเซรั่ม รองพื้นชนิดนี้เพิ่งเริ่มเป็นที่นิยมได้ไม่นานเนื่องจากรองพื้นเนื้อเซรั่มนั้นอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่มีปัญหาผิว เพราะจะเน้นให้ความบางเบาและไม่ปกปิดมากนัก แต่จะตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาผิวหน้าและต้องการการบำรุงด้วย เพราะรองพื้นเนื้อเซรั่มนั้นเป็นการคิดค้นที่มีการผสมผสานระหว่างรองพื้นกับเซรั่มเข้าด้วยกัน

เพื่อลดขั้นตอนในการใช้นั่นเอง รองพื้นเนื้อเซรั่มนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการบำรุงพร้อมกับรองพื้นเลยและรองพื้นตัวนี้จะให้ลุคที่ฉ่ำวาวด้วย การเลือกใช้รองพื้นนั้นหากเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาผิวก็จะทำให้การแต่งหน้าของเรานั้นง่ายขึ้นนั่นเอง

 

ขอบคุณ  แทงหวยฮานอย  ที่ให้การสนับสนุน

เมื่อลูกน้อยของเรานั้นเกิดเป็นผดผื่นตามตัว

เมื่อเข้าหน้าร้อนนั้นเรานั้นมักจะเห็นว่าลูกน้อยของเรานั้นเกิดอาการที่เป็นผดผื่นขึ้นเต็มตัวของลูกน้อยเรานั้นเป็นเม็ดเล็กตัวเรานั้นก็เลยเกิดอาการที่ทำให้ลูกน้อยของเรานั้นไม่สบายนั้นก็เป็นไปได้หรือว่าเกิดจาการที่เรานั้นซักเสื้อผ้าไม่สะอาดได้เหมือนกัน   

  •   เมื่อลูกน้อยเกิดอาการเป็นผื่นขึ้นตัวนั้นเรานั้นต้องสาใจว่าเกิดจากอะไรลูกของเรานั้นแพ้อะไรหรือเปล่า  การที่ลูกของเรานั้นแพ้  น้ำยาซักเสื้อผ้านั้นก็ทำให้เกิดอาการเป็นผื่นคันตามตัวและร่างกายของลูกน้อยเรานั้นได้  แต่ถ้าว่าการที่เรานั้นไม่เปลี่ยนน้ำยาซักเสื้อผ้าแล้วทำไมนั้นลูกน้อยของเรานั้นยังมีอาการผื่นคันอยู่อีก 
  • เกิดจากอากาศที่ร้อนจนทำให้ลูกของเรานั้นเกิดเหงื่อไหลและก็มีผื่นนั้นขึ้นตามตัวนั้นก็ได้เช่นเดียวกัน  
  • การที่เรานั้นซักผ้าแล้วไปตากผ้าใต้ต้นไม้  เพราะว่าการที่เรานั้นไปตากผ้าใต้ต้นไม้นั้นก็ทำให้ลูกของเรานั้นเกิดอาการคันได้เพราะว่าอาจจะมีมดนั้นมากัด  หรือว่าเกิดจากต้นไม้นั้นมีเพลี้ย  เวลาที่เรานั้นไปตากใต้ต้นไม้เวลาที่เกิดลมนั้นเพลี้ยนั้นก็จะร่วงใส่เสื้อผ้าของลูกเรานั้นแล้วเกิดอาการแพ้และคันก็เป็นไปได้  
  • การที่ลูกน้อยของเรานั้นใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป  การที่เรานั้นเปลี่ยนผ้าอ้อมสำเร็จรูปนั้นแล้วลูกของเรานั้นเกิดอาการที่แพ้นั้นเรานั้นก็ควรที่จะเปลี่ยนหรือว่ากลับมาใช้ของแบบเดิมและไอ้ผื่นนั้นเรานั้นก็ควรที่เอาแป้งนั้นมาทา  หรือว่าเรานั้นจะไปซื้อยาตามร้างขายยาว่าลูกของเรานั้นเกิดอาการแพ้ผ้าออ้มนั้นทางร้านขายยานั้นจะได้จัดยาให้กับเรานั้นถูก   
  • แพ้แป้งที่เรานั้นทาให้กับลูก  เพราะว่าเด็กนั้นเป็นผิวที่ค่อนข้างที่จะแพ้อะไรนั้นได้ง่ายการที่เรานั้นจะใช้แป้งทาตัวของลูกเรานั้นก็ควรที่จะใช้แป้งทาสำหรับเด็กที่อ่อนโยนกับลูกของเรานั้นเพื่อที่ว่าลูกของเรานั้นจะได้ไม่เกิดอาการแพ้แป้ง  และการที่เรานั้นใช้แป้งนั้นก็ควรที่จะไม่เปลี่ยนยี่ห้อนั้นบ่อยๆเพราะว่าเรานั้นก็ไม่รู้ว่าลูกน้อยของเรานั้นจะแพ้แป้งอะไรนั้นบ้าง 

การที่เรานั้นใช้แป้งแบบเดิมที่ลูกน้อนของเรานั้นไม่แพ้นั้นจะทำให้ไม่เกิดอาการแพ้ หรือว่าเป็นผดผื่นขึ้นตามตัว  อีกด้วยเมื่อลูกน้อยของเรานั้นเขานั้นยังพูดไม่ได้นั้นเรานั้นก็ควรที่จะเลือกของดีๆให้กับลูกน้อย  

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

มารู้จักบัวหิมะกันเถอะ

เชื่อว่าหลายคนคงต้องเคยรู้จักและได้ยินชื่อบัวหิมะกันมาบ้างโดยสรรพคุณที่เราส่วนใหญ่รู้จักนั้นมักจะมาจากการช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลลบเลือนริ้วรอยซึ่งส่วนใหญ่จะรู้จักกันในนามของครีมบำรุงผิวแต่ไม่มีใครรู้เลยว่าบัวหิมะ

แท้จริงแล้วมีรูปร่างหน้าตาอย่างไรมีต้นกำเนิดมาจากที่ไหนซึ่งหลายคนชื่อว่าบัวหิมะคือสินค้าที่นำมาจากเมืองจีนแต่จริงๆแล้วบัวหิมะสามารถปลูกได้หลายพื้นที่บัวหิมะมักจะขึ้นเฉพาะบนภูเขาสูงและชอบความเย็นจัดดังนั้นบนเทือกอัลไตกับพื้นที่ราบสูงซินเจียงจึงจะสามารถปลูกบัวหิมะได้สำหรับบัวหิมะจะค่อนข้างปลุกยากต้องใช้เวลานานกว่าจะได้ดอกหรือบางครั้งปลุกแล้วดอกไม้ออกก็มีดังนั้นบัวหิมะจึงมีฉายาอีกฉายาว่าบัวหิมะ 1000 ปี

นั่นก็เพราะกว่าจะเก็บดอกได้ต้องใช้เวลานานพอสมควรเราสามารถนำบัวหิมะในส่วนที่เป็นดอกเมื่อใช้สำหรับทำยารักษาโรคบำรุงเลือดบำรุงร่างกายหรือใช้เป็นยาขับพิษออกจากร่างกายได้ซึ่งส่วนใหญ่แล้วบัวหิมะจะมีราคาแพงเพราะปลุกยากดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงมักจะนำดอกบัวหิมะไปเป็นส่วนผสมร่วมกับยาชนิดอื่นๆแทนไม่ทำจากบัวหิมะทั้งหมดจริงๆ

นอกจากดอกของบัวหิมะแล้วเรายังสามารถนำหัวของบัวหิมะมารับประทานได้ซึ่งหลายคนจะกินทั้งแบบสุดสุดหรืออาจนำไปเป็นส่วนผสมในการประกอบอาหารหรือบางคนก็นำมาแปรรูปเช่นมาทำเป็นชาดื่มเป็นน้ำชาแทนบัวหิมะที่มีชื่อเสียงที่มีประโยชน์ผู้คนนิยมนำมาใช้งานคือ บัวหิมะธิเบต ซึ่งหากใครที่มีปัญหาเรื่องสิวเรื่องรอยแผลเป็นก็มักจะนิยมใช้ในการรักษาเพราะมีสรรพคุณทำให้แผลหายเร็ว 

บัวหิมะทิเบตที่เป็นส่วนของหัว หรือที่เราเรียกกันว่าหัวบัวหิมะ เราสามารถนำมากินก็ได้หรือนำมาใช้ทำเป็นยาก็ได้แต่หากจะกินระวังอย่ากินมากเกินไปเพราะจะทำให้ท้องผูกได้แต่บางคนกินบัวหิมะมากเกินไปก็อาจจะท้องเสียได้เหมือนกัน

บัวหิมะมีประโยชน์ในการช่วยเป็นยาระบายสามารถที่จะช่วยล้างลำไส้ล้างสารพิษออกจากร่างกายได้ใครที่มาท้องผูกเป็นเวลานานนานกินบัวหิมะจะช่วยในเรื่องที่ได้เป็นอย่างดีและสำหรับคนที่ต้องการลดความอ้วนการกินบัวหิมะสดจะสามารถช่วยควบคุมน้ำหนักของคุณได้

โดยเมื่อเรากินบัวหิมะเข้าไปจะทำให้รู้สึกว่าเราไม่ค่อยหิวที่สำคัญบัวหิมะสดจะมีสารอาหารครบถ้วนทั้งธาตุเหล็กและวิตามินทำให้สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ดังนั้นเราจึงควรกินบัวหิมะเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

ปวดหัวบ่อยๆ ปวดตำแหน่งไหน สื่อถึงอะไร

ปวดศรีษะในตำแหน่งต่างๆ บางทีอาจจะเพียงพอบอกโรคอย่างคร่าวๆได้บ้าง

1. โรคปวดหัวที่พบได้มากที่สุด เป็นโรคปวดศีรษะที่เกิดขึ้นจากการเกร็งของกล้ามเนื้อรอบๆ หัวหรือศีรษะของเรา ตำแหน่งที่ปวดหัวที่พบได้ทั่วไปเป็น ตำแหน่งรอบๆ หน้าผากแล้วก็ขมับทั้งสองข้าง บางคราวก็ร้าวมาที่ข้างหลังของหัวและก็ก้านคอ รวมทั้งบ่าไหล่ร่วมด้วย อันนี้เป็นสภาวะที่อาจเกี่ยวกับความเคร่งเครียดด้วย

2. ปวดหัวจากโรคไมเกรน จะมีลักษณะอาการปวดรอบๆ ขมับด้านใดด้านหนึ่งโดยยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งอาจจะปวดสลับกันได้ระหว่างข้างซ้ายหรือข้างขวา รวมทั้งเวลาปวดบางครั้งก็อาจจะมีเจ็บปวดรวดร้าวเข้ามาที่กระบอกตาร่วมด้วย คนป่วยก็จะมีลักษณะอาการอ้วกคลื่นไส้ เวียนหัว แล้วก็ตอนที่มีลักษณะอาการปวด ถ้าหากอยู่ในที่แสงไฟแรง เสียงดังหรือกลิ่นแรงอาการจะแย่ลง

3. ปวดอันถัดไปก็เป็นปวดที่พบได้มาก เป็นปวดรอบๆ โหนกแก้มทั้งสองข้างลงมาจนกระทั่งรอบๆ หน้าผากด้วย หรือปวดตรงรอบๆ สันจมูก อันนี้เป็นตำแหน่งของไซนัส ถ้ามีการอักเสบของไซนัส ผู้เจ็บป่วยก็จะมีลักษณะปวดที่ตรงตำแหน่งนี้

4. ปวดที่เกิดขึ้นมาจากการอักเสบของฟันกราม ชอบมีลักษณะอาการปวดรอบๆ หน้าใบหู ซึ่งสมาคมกับการบดของกินร่วมด้วย คนเจ็บบางบุคคลอาจไม่ทราบว่าตนเองมีการกัดฟันตอนเวลาเข้านอน ตื่นรุ่งเช้ามาก็คิดว่าเวลาขยับปากหรือเวลาบดของกิน จะรู้สึกเจ็บปวดรอบๆ หน้าใบหู บางทีก็อาจจะส่งผลกับภาวการณ์กระดูกฟันกรามหน้าใบหูอักเสบได้

5. ลักษณะของการปวดบางครั้งอาจจะมาจากโรคที่รุนแรงมากยิ่งกว่านั้นได้อีก ไม่ว่าจะเป็นโรคเส้นเลือดสมอง หรือโรคเนื้องอกสมอง ซึ่งเหล่านี้ ลักษณะของการปวดจะมีลักษณะร้ายแรง มีการปวดที่เป็นอย่างหนักเพิ่มมากขึ้นประเภทที่ว่า ในชาตินี้ไม่เคยปวดอย่างนี้มาก่อน ไม่เคยปวดแบบงี้จนกระทั่งอายุเกิน 50 ปี อันนี้พวกเราก็เริ่มสงสัยแล้ว นอกเหนือจากนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการมองเห็นที่เปลี่ยนไปจากปกติ ไม่ว่าจะเห็นภาพซ้อน หรือเห็นไม่ชัดเจน มีการชาหรืออ่อนกำลังของกล้ามต่างๆ ของร่างกายร่วมด้วย หรือบางบุคคลอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีลักษณะการกระทำที่แตกต่างจากปกติไปกว่าเดิม รวมถึงชัก เมื่อมีลักษณะอาการพวกนี้ ชี้แนะให้มาเจอหมอโดยเร่งด่วน หรือลักษณะของการปวดหัวที่เป็นไข้หรือคอแข็งร่วมด้วย เหล่านี้บางทีอาจจะสื่อได้ว่าว่ามีการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง อันนี้ก็แนะนำให้รีบมาพบหมอโดยเร็ว

อาการน่าเป็นห่วง เมื่อแพ้นมวัว

ถึงแม้ว่านมวัวจะอุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียมสูง และวิตามินมากมายที่เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายช่วยในการเจริญเติบโตและระบบอวัยวะต่างๆ แต่ถึงจะมีประโยชน์มากแค่ไหนก็ตาม ก็ยังพบว่ามีผู้แพ้นมวัวอยู่ สามารถเป็นได้ตั้งแต่เกิด หรือบางคนก็พึ่งมารู้ตอนที่โตแล้ว โดยจะเกิดอาการแพ้รุนแรงจนเป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งหากรู้ถึงสาเหตุและวิธีการป้องกันก็จะสามารถควบคุมอาการได้

อาการแพ้นมวัว
อาการแพ้นมวัวต่างกับภาวะขาดเอนไซม์ย่อยแล็กเทส ตรงที่อาการแพ้นมวัว จะส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน จะมีอากรที่รุนแรงมากกว่า ภาวะขาดเอนไซม์ย่อยแล็กเทส ซึ่งแลกโทสเป็นน้ำตาลชนิดหนึ่งที่พบในนมวัว ทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด หรือท้องเสีย หลังจากที่เรารับประทานผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนมเข้าไป
โดยทั่วไปอาการแพ้นมวัวจะแตกต่างกันในแต่ละวัยดังนี้
           

           a. ในเด็กอ่อน
อาการที่พบจะมีตั้งแต่ขั้นเล็กน้อยตลอดจนรุนแรงมาก คือ
– ปวดท้อง อาเจียน
– มีผื่นลมพิษ ผื่นคันตามผิวหนัง
– ไอ หายใจเสียงดังวี้ด หายใจลำบาก
– หน้าบวม
หากอาการรุนแรงอาจมีอาการท้องเสีย มีเลือดออกช่องทวารหนัก และเด็กจะร้องไห้ไม่ยอมหยุด ซึ่งอาการจะดีขึ้นก็ต่อเมื่อหยุดให้เเด็กดื่มนมสูตรนี้เท่านั้น
         

           b. ในเด็กโตหรือผู้ใหญ่
อาการที่พบจะมีความรุนแรงมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับบุคคล บางคนอาจจะแพ้ทันทีที่ดื่มนมไป หรือแพ้ทันทีที่รับประทานอาหารที่มีนมวัวเป็นส่วนประกอบ อาการที่พบจะ
– มีลมพิษ
– หายใจดังวี้ด
– อาเจียน
แต่บางคนอาจแสดงอาการเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง
– อุจจาระเหลว อาจมีเลือดปน ท้องเสีย เป็นตะคริวที่ช่องท้อง
– ไอ หายใจดังวี้ด
– น้ำมูกน้ำตาไหล
– มีผดผื่นคัน ซึ่งพบบ่อยบริเวณรอบปาก

หนองใน ติดหรือไม่ติด รู้ได้อย่างไร?

หนองใน ติดหรือไม่ติด รู้ได้อย่างไร?
การติดหรือไม่ติดเชื้อหนองในที่เรียกว่า ไนซีเรีย โกโนเรียอี (Neisseria gonorrhoeae) นั้น สามารถติดกันได้ง่ายมากๆ สังเกตได้จากพฤติกรรมเสี่ยงของคุณ หากคุณเอง หรือคู่นอนของคุณมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นชนิดใดก็ตาม คุณควรที่จะรีบเข้ามาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย เมื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจ แพทย์ก็จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจภายใน โดยในขั้นตอนการวินิจฉันเบื้องต้นนั้นสามารถทำได้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน และทราบผลภายใน 1 สัปดาห์ หากผลออกมาพบว่าเป็นหรือมีโอกาสเป็นหนองในก็ต้องเข้ารับการตรวจเลือดเพื่อหาโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นร่วมด้วย อาทิ HIV , ไวรัสตับอักเสบบี และซิฟิลิส
ในการตรวจหาเชื้อควรตรวจจากตัวอย่างสำหรับส่งตรวจในทุกตำแหน่งที่มีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็น ในคอหากเคยมีเพศสัมพันธ์โดยการใช้ปาก ทวารหนักหากเคยมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก เป็นต้น ในปัจจุบันมีการตรวจโดยการหาสารพันธุกรรมของเชื้อหนองใน แต่เนื่องจากมีราคาค่าตรวจวินิจฉัยแพง จึงเลือกใช้สำหรับผู้ป่วยบางรายเท่านั้น

อาการของหนองในที่สังเกตเห็นได้

ผู้ชาย : หากคุณไปเสี่ยงรับเชื้อมาภายหลังจากที่ได้รับเชื้อประมาณ 2 – 10 วัน จะเริ่มรู้สึกแสบในลำกล้องเวลาที่ปัสสาวะ หรือในบางรายอาจมีอาการปัสสาวะขัด นอกจากนี้ยังมีหนองไหลออกมาจากท่องปัสสาวะ ในระยะแรก หนองจะเป็นแค่มูกใสๆ ที่ไม่ใช่น้ำปัสสาวะ หรืออสุจิ หลังจากนั้นอีก 12 ชั่วโมง สีของหนองจะมีความข้นขึ้นออกไปทางเหลือง และจะออกมาคล้ายกับเส้นก๋วยเตี๋ยว บางรายอาจจะรู้สึกปวดและบวมที่ถุงอัณฑะ หรืออาจมีการอักเสบที่บริเวณหนังหุ้มปลายองคชาตร่วมด้วย แต่จะพบได้น้อย ในทางตรงกันข้าม เพศชายประมาณ 10% ที่ติดเชื้อหนองในอาจไม่มีอาการเหล่านี้แสดงออกมาให้เห็นได้ชัด แต่ก็ยังสามารถแพร่เชื้อไปให้ผู้อื่นได้

ผู้หญิง : ในะระยะแรกที่มีการติดเชื้อหนองในจะไม่มีอาการหรือแสดงอาการออกมาน้อยมาก แต่หลังจากผ่านระยะแรกไปแล้วไม่นานนักก็จะมีอาการตกขาวผิดปกติ เช่น มีปริมาณที่มากขึ้น , เป็นหนองสีเหลือง หรือสีเขียว , มีกลิ่นเหม็น , ไม่คัน , มีอาการขัดเบาและแสบร้อนทุกครั้งเมื่อปัสสาวะ , ปัสสาวะขุ่น , ปวดท้องน้อย , เลือดออกกะปริดกะปรอยในระหว่างที่มีรอบเดือนซึ่งพบได้น้อย แต่หากมีอาการอักเสบของปีกมดลูก จะทำให้มีไข้สูง , หนาวสั่น , ปวด และกดเจ็บตรงบริเวณท้องน้อยคล้ายปีกมดลูกอักเสบ ในเพศหญิงนั้นมีความหลากหลายของอาการมากและประมาณ 50% ที่ติดเชื้อหนองในอาจจะไม่มีอาการเหล่านี้หรือสังเกตได้ยาก แต่ที่น่ากลัวคือสามารถแพร่เชื้อไปให้ผู้อื่นได้

ต้านภัย PM 2.5 ด้วยอาหารที่ไม่เคยรู้

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองจิ๋ว PM 2.5 ในปัจจุบันจะเริ่มเบาบางลงแล้วบ้าง แต่สภาพของอากาศในกรุงเทพฯ ก็ยังเต็มไปด้วยมลพิษให้ได้สูดดมกันเข้าไปอยู่ทุกวัน และเราต่างได้รับผลกระทบนี้กันไปเต็มๆ แต่อย่างไรก็ตามหนึ่งวิธีที่จะสามารถดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดีได้ก็คือ การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ช่วยเสริมภูมิร่างกายให้แข็งแรง พร้อมรับมือต้านมลพิษที่ฟุ้งกระจายอยู่ในเมือง อย่ารอช้าเลยค่ะ เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าอาหารที่ว่าดีนี้มีอะไรบ้าง

ผักตระกูลกะหล่ำ ได้แก่ บร็อกโคลี กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก คะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว ล้วนอุดมด้วยสารอาหารและวิตามินหลากหลายชนิด โดยเฉพาะสารชัลโฟราเฟนที่จะช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย จึงจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเป็นมะเร็งปอดจากมลพิษฝุ่นพิษต่างๆ และยังช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงด้วย

ผลไม้มากวิตามินซี นอกจากช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสในแบบที่สาวๆ ชอบแล้ว ผลไม้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เสริมภูมิร่างกายให้แข็งแรง และยังช่วยขับสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายที่อาจได้รับจากปัญหามลพิษ บรรเทาอาการภูมิแพ้และทำให้ปอดแข็งแรงขึ้น พบมากในผลไม้จำพวกฝรั่ง กีวี มะขามป้อม ส้มโอ มะละกอสุก มะนาว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ฯลฯ

ปลาและอาหารทะเล เป็นอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง ช่วยเสริมสร้างผนังเซลล์ในร่างกายจึงอาจมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพจากผลกระทบของฝุ่นพิษได้ พบได้ในปลาทะเลและปลาน้ำจืดบางชนิด เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาทู ปลากะพงขาว ปลาดุก ปลาช่อน กุ้ง หอย รวมถึงน้ำมันปลา ซึ่งการกินปลาด้วยวิธีต้ม แกง หรือนึ่งจะได้ประโยชน์ที่สุดเพราะโอเมก้า 3 จะสูญสลายหากผ่านความร้อนสูงๆ เช่นการทอด

ผักผลไม้สีส้ม-เหลือง-แดง เต็มไปด้วยวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยเสริมระบบทางเดินหายใจและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง โดยเฉพาะเสริมประสิทธิภาพการทำงานของปอดให้ดีขึ้น พบมากในกลุ่มผักผลไม้ที่มีสีส้ม สีเหลือง และสีแดง เช่น ฟักทอง มะเขือเทศ แครอท มันเทศ มันหวาน มะละกอข้าวโพด รวมถึงผักใบเขียวเข้มอย่างผักบุ้งและตำลึงก็ช่วยต้านฤทธิ์ฝุ่นจิ๋วได้

ธัญพืชต่างๆ เช่น ถั่ว งา เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เม็ดแมงลัก เรื่อยไปถึงขนมปังโฮลวีต ซีเรียลชนิดโฮลเกรน ล้วนมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพได้เช่นกันเพราะมีคุณค่าทางอาหารสูง บางชนิดนอกจากจะให้กรดโอเมก้า 3 เช่นเดียวกับเนื้อปลาแล้ว ยังมีวิตามินอีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยมที่ช่วยชะลอการเสื่อมสมรรถภาพของเซลส์และปกป้องปอดจากมลพิษได้

อย่างไรก็ตามนอกจากการดูแลตัวเองด้วยการเลือกกินอาหารเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรงแล้ว ก็ควรจะออกกำลังกายให้ได้อย่างสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ที่สำคัญอย่าลืมพกแว่นกันแดดและหน้ากากเพื่อป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากการสูดดมฝุ่นละออง เมื่อต้องออกจากบ้านไปทำงานหรือทำภาระกิจต่างๆ หรือหลีกเลี่ยงสถานที่ที่ฝุ่นควันพิษเยอะเป็นพิเศษ ซึ่งอย่างน้อยก็สามารถเป็นเกราะกำบังช่วยลดผลกระทบจากมลพิษได้