เตรียมแจกเงินอีกแล้ว 15 ล้านคนได้รับคนละ 3,000 บาทโดยหวังให้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

         ทางด้านสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ออกมาพูดถึงนโยบายที่กำลังมีการประชุมปรึกษาหารือและจะเริ่มลงมือทำในเดือนตุลาคมนี้กันว่าได้มีการส่งเรื่องขออนุมัติจากหน่วยงานของรัฐบาลเกี่ยวกับโครงการที่จะทำขึ้นมาใหม่

ซึ่งเป็นโครงการที่ยังไม่มีชื่อแต่ลักษณะของโครงการนั้นคล้ายๆกับโครงการชิมช๊อปใช้โดยโครงการนี้จะมีการแจกเงินให้กับประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปซึ่งจะให้คนละ 3,000 บาทโดยเงินดังกล่าวนี้จะให้ประชาชนนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ในการซื้อสินค้าและบริการตามร้านแผงลอยต่างๆโดยโครงการนี้จะมีการกำหนดเอาไว้ว่าจะสามารถใช้งานได้แค่เพียงวันละไม่เกิน 250 บาทเท่านั้นซึ่งมีแนวความคิดว่าจะแจกเงินให้ประชาชนใช้อยู่ที่ 15 ล้านคนซึ่งขณะนี้กำลังมีการวางแผนการและกฎระเบียบต่างๆออกมา

และคาดว่าจะเปิดให้ประชาชนสามารถทำการลงทะเบียนได้ภายในเดือนตุลาคมนี้แต่ยังไม่กำหนดวันว่าจะให้ลงทะเบียนในวันไหนซึ่งเงินสนับสนุนในครั้งนี้จะเป็นเงินที่รัฐบาลส่งมาให้เพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะโดยแนวความคิดที่จะแจกเงินคนละ 3000 บาท

ให้กับประชาชนนี้เป็นการที่รัฐบาลอยากจะช่วยลดแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในขณะนี้นั่นเองเพราะว่าตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสโคโรน่านับได้ว่ามีปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจเข้ามาและ สินค้าตามตลาดร้านค้าหรือแม้แต่แผงลอยก็ขึ้นราคาทำให้ประชาชนต่างก็ได้รับความเดือดร้อนกันเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตามโครงการนี้จะเป็นโครงการที่นอกจากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีจะได้รับเงินช่วยเหลือ 3000 บาทนี้แล้วยังสามารถที่จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจของทั่วกลุ่มร้านค้าที่ขายตามข้างถนนหรือเป็นพวกหาบเร่ก็ได้เพราะว่าเงินจำนวน 3,000 บาทนี้

จะสามารถใช้กับร้านต่างๆเหล่านั้นได้ซึ่งร้านเหล่านั้นจะต้องมีการลงทะเบียนเอาไว้ด้วยเช่นเดียวกันโดยหวังว่าจะมีการกำหนดให้เข้ามาลงทะเบียนได้ไม่เกินแปดหมื่นร้านค้า  ซึ่งโครงการนี้จะมีการเปิดให้เหล่าบรรดาสมาชิกที่มีการลงทะเบียนนั้นสามารถใช้เงิน 3,000 บาทนี้ได้เป็นระยะเวลา 3 เดือน

ดังนั้นโครงการนี้จึงส่งเข้าที่ประชุมอีกครั้งหนึ่งและถ้าหากกระทรวงการคลังได้มีการอนุมัติก็สามารถจัดการแผนงานต่างๆได้เลยซึ่งถ้าหากโครงการนี้ผ่านการอนุมัติมาแล้วคาดการณ์ว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศไทยนั้นกลับมาดีขึ้นเพราะผู้คนก็จะหันกลับมาเริ่มมีการใช้จ่ายกันมากขึ้นนั่นเอง

        ตอนนี้รัฐบาลกู้เงินมาเป็นว่าเล่น เพื่อนำมาแจกประชาชน เพื่อหวังเอามาปิดปากไม่ให้ประชาชนออกมาต่อต้าน และขับไล่รัฐบาลนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย    ซื้อหวยออนไลน์ เว็บไหนดี

อเมริกาประกาศแบน WeChat กับ tiktok 

         อย่างที่เราทราบกันดีอยู่ในขณะนี้ว่าระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศจีนนั้นกำลังเกิดสงครามเย็นการเกิดขึ้นซึ่งจุดเริ่มต้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นกำลังขยายแผลเป็นวงกว้างและแน่นอนว่าผู้ที่เริ่มต้นสงครามเย็นนั้นก็คือประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา

นายโดนัลด์ทรัมป์นั่นเองซึ่งจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชาวโลกรู้ว่ากำลังเกิดสงครามเย็นเกิดขึ้น กับทั้งสองประเทศนั้นเริ่มต้นมาจากการที่ประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประกาศออกมาเกี่ยวกับการแบนแอปพลิเคชั่นที่มีเจ้าของเป็นคนประเทศจีนซื้อในครั้งแรกนั้นอเมริกาได้มีการแบรนด์โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Huawei

ไม่ให้นำเข้าไปขายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังมีสัมภาษณ์บริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกางดการผลิตชิ้นส่วนทางด้านบริษัท Huawei สั่งผลิตทุกชนิดเพื่อเป็นการตัดช่องทางการติดต่อระหว่างจีนกับอเมริกา

อย่างไรก็ตาม ปัญหาไม่ได้สิ้นสุดลงเพียงแค่เรื่องของ Huawei เท่านั้นแต่ตอนนี้กับลูกรังเพิ่มเติมซึ่งทางด้านนายโดนัลด์ทรัมป์ได้ออกมาพูดถึง Application ที่มีผู้เล่นเป็นจำนวนมากแต่เนื่องจากเป็น Application ที่มีผู้บริหารเป็นคนจีนทำให้นายโดนัลด์ทรัมป์นั้น

ถึงกับประกาศออกมางดให้ประชาชนของตนเองใช้แอพพลิเคชั่นดังกล่าวซึ่งในครั้งแรกแอปพลิเคชันที่ถูกเล่นงานก็คือ tiktok และในขณะนี้ก็กำลังมีการเสนอให้ทางด้านผู้บริหารของแอพพลิเคชั่นติดต่อได้มีการขายลิขสิทธิ์ของแอปพลิเคชั่นนี้ให้กับคนอเมริกา

โดยขณะนี้ที่มีบริษัทที่สนใจอยู่ก็คือ Microsoft กับทวิตเตอร์ที่อยากจะได้แอปพลิเคชันติดต่อมาเป็นสินค้าของตนเองอย่างไรก็ตามตอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่ Application tiktok เท่านั้นที่ถูกโดนัลด์ทรัมป์แบรนด์เพราะขณะนี้โปรแกรม WeChat เองก็กำลังถูกเล่นงานเช่นเดียวกันซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ได้มีการประกาศออกมาให้กับผู้บริหารของ WeChat

และติ๊กต๊อกได้พิจารณาการขายต่อแอปพลิเคชั่นดังกล่าวให้กับบริษัทที่เป็นบริษัทในอเมริกาเป็นผู้ดูแล Application สาขาในอเมริกาแทนโดยให้เวลาในการคิดทบทวนเรื่องราวดังกล่าวนั้นอยู่ที่ 45 วันซึ่งถ้าหากยังไม่มีข้อยุติทางด้านโดนัลด์ทรัมป์ก็จะไม่ให้ประชาชนของอเมริกาใช้แอปพลิเคชั่นทั้งสองตัวอย่างแน่นอน

ส่วนสาเหตุที่จะมีการประกาศห้ามประชาชนใช้แอปพลิเคชั่นทั้งติ๊กกับและวีแชทนั้นก็มาจากการที่นายโดนัลด์ครั้งนั้นอ้างถึงสาเหตุว่าคนจีนเป็นผู้บริหารแอปพลิเคชั่นดังกล่าวและข้อมูลใน Application นั้นลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการจะต้องขอข้อมูลส่วนตัวซึ่งถือว่าข้อมูลดังกล่าวนั้นเป็นความลับทางด้านอเมริกาไม่ต้องการให้ความลับของประชาชนในการรั่วไหล

ไปยังทางการจีนดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาภายหลังจึงต้องมีการแบรนด์สินค้าจากทางจีนและนายโดนัลด์ทรัมป์ยังมีการระบุอีกด้วยว่าเขาจะต้องการยุติสิ่งที่รัฐบาลจีนกำลังดำเนินการอยู่โดยการแทรกแซงเข้ามาดึงข้อมูลของประชาชนชาวอเมริกัน

อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูกันต่อไปว่าทางด้าน WeChat กับติ๊กต๊อกนั้นจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไรเพราะขนาดนี้ไม่ใช่แค่เพียงอเมริกาเท่านั้นที่จะเริ่มแบรนด์สินค้าของจีนประเทศอินเดียเองก็เริ่มเข้ามามีบทบาทใดเช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย    หวยจับยี่กีรวย

เจ้าอาวาส สำนักสงฆ์ หวังตรัสรู้ตัดหัวตัวเองถวายเป็นพุทธบูชา 

       เมื่อวันที่ 15 เดือนเมษายนปีพศ 2564   ที่จังหวัดหนองบัวลำภู  เวลาประมาณ 10:00 น . เจ้าหน้า ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง โดยสำนักสงฆ์ดังกล่าวนั้นชื่อว่าสำนักสงฆ์ภูหินกองและผู้เสียชีวิตนั้นเป็นอดีตเจ้าอาวาสของสำนักสงฆ์ดังกล่าวอีกด้วย

 

       เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงพบผู้เสียชีวิตถูกนำร่างไปไว้ในโลงศพเป็นที่เรียบร้อยแล้วดูสภาพศพของผู้เสียชีวิตนั้นมีลักษณะของการถูกใบมีดตัดที่ศีรษะจนเสียชีวิต  ตรงบริเวณที่เกิดเหตุพบว่ามีการทำความสะอาดเป็นที่เรียบร้อยแล้วเหลือเพียงแค่กองเลือดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

       จากการให้ข้อมูลของนายบุญเชิดซึ่งเป็นน้องชายของผู้เสียชีวิตนั้นได้ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าผู้เสียชีวิตนั้นคือนายธรรมกรซึ่งอดีตนั้นเคยเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้โดยมีชื่อทางธรรมว่า พระธรรมกร   ซึ่งพระธรรมะกรนั้นมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย  โดยปฐมกรนั้นได้มีการบวชเรียนมานานกว่า 11 ปีแล้วและอยู่ที่สำนักสงฆ์นี้มาโดยตลอด

     ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตนั้นเนื่องจากว่า  พระธรรมกรมีความเชื่อเสมอมาว่าหากต้องการที่จะตัดสระรู้และได้ไปเป็นพระปัจเจกพระพุทธเจ้าในอนาคตแล้วเราก็จะต้องมีการถวายบูชาสักการะพระพุทธเจ้าซึ่งของที่จะนำมาถวายนั้นจะต้องเป็นศีรษะของตัวเองดังนั้นเมื่อพระธรรมกายได้มีการตรวจดวงชะตาเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงเห็นว่าวันที่ 15 เดือนเมษายนนั้นเป็นวันดีที่จะได้ทำพิธีดังนั้นพอวันที่ 14 เดือนเมษายนพระธรรมกายจึงได้ลาสิกขา  และก่อเหตุใช้มีดตัดคอตัวเองในเช้าตรู่ของวันที่ 15 เดือนเมษายนนั่นเอง 

        สำหรับอุปกรณ์ในการสังหารพระธรรมกายนั้นเป็นเครื่องกิโยติน ซึ่งพระธรรมกรได้มีการจัดเตรียมเอาไว้ด้วยตนเอง และก่อนที่พระธรรมะก่อนจะตัดสินใจตัดศีรษะของตนเองถวายกับพระพุทธเจ้านั้นก็ได้มีการเตรียมสถานที่พร้อมทั้งตั้งรูปปั้นของตนเองเอาไว้แล้วเป็นรูปปั้นของพระธรรมกร ยื่นศีรษะของตนเองให้กับพระพุทธเจ้าหลังจากนั้นจึงได้มาตัดศีรษะตรงบริเวณด้านหลังรูปปั้นดังกล่าว 

      โดยในขณะที่พระธรรมกายได้มีการใช้เครื่องตัดคอตนเองนั้น  ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์แต่มีแม่ชีและคนที่มาปฏิบัติธรรมที่สำนักสงฆ์ได้ยินเสียงเหมือนมีสิ่งของหล่นลงมาที่พื้นเสียงดังสนั่นจึงพากันวิ่งมาดูและได้เห็นว่า พระธรรมกรได้ตัดศีรษะตนเองออกไปแล้วนั่นเองหลังจากนั้นจึงช่วยกันนำร่างของพระธรรมกรใส่ไว้ในโลงศพและจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

       หลังจากเรื่องนี้เผยแพร่ออกไปบรรดาลูกศิษย์ของพระธรรมกรก็พากันเดินทางมาที่สำนักสงฆ์เพื่อมาทำพิธีเผาศพส่งวิญญาณพระธรรมะก่อนเป็นครั้งสุดท้าย

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    แทงหวย

ยูทูปเบอร์ โดนถล่มยับ  หลังออกมาต่อว่า คนใส่รองเท้าแตะ

            เป็นกระแสร้อนแรงดังข้ามคืนเลยทีเดียวเมื่อมียูทูปเบอร์รายหนึ่งได้มีการทำช่องที่แนะนำเกี่ยวกับเรื่องของสไตล์การแต่งตัวโดยช่องดังกล่าวนั้นมีชื่อว่า  Maxed Out Style โดยเจ้าของช่องดังกล่าวนี้ก็คือแม็กซ์  อชิระ  นั่นเอง

  สำหรับช่องนี้นั้นเป็นช่องที่ออกมาแนะนำเกี่ยวกับเรื่องของสไตล์การแต่งตัวในปี 2021 ซึ่งในคลิปที่กำลังมีประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลอยู่ในตอนนี้นั้นเป็นคลิปที่ยูทูปเบอร์นั้นแนะนำว่าไม่ควรที่จะแต่งตัวในลักษณะแบบไหนสำหรับช่องนี้มีผู้ติดตามมากถึง 3.04 แสนคนเลยทีเดียว 

           อย่างไรก็ตามคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไปทำให้คนที่เห็นคลิปดังกล่าวนั้นเกิดความรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งด้วยคนส่วนใหญ่มองว่าการแต่งตัวของแต่ละคนนั้นเป็นราชการชื่นชอบของคนแต่ละคน และการแต่งตัวแบบไหนก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลดังนั้นจึงไม่ควรที่จะไปต่อว่าการแต่งตัวหรือรสนิยมการแต่งตัวของคนอื่น

           เนื่องจากว่าในคลิปที่แม็คอชิระได้ออกมาแนะนำวิธีการแต่งตัวนั้นมีใจความที่แนะนำเกี่ยวกับเรื่องของการใส่กางเกงยีนส์ที่ไม่เหมาะกับการใส่รองเท้าสำหรับออกกำลังกายหรือแม้แต่การแต่งตัวออกนอกบ้านแล้วมีการใส่รองเท้าแตะซึ่งประเด็นที่มีการพูดถึงและทำให้คนในโซเชียลเดือดถึงขนาดที่ออกมาถล่มยูทูปเบอร์รายนี้นั่น

ก็เพราะว่าคำพูดเกี่ยวกับเรื่องของการใส่รองเท้าแตะเลยเขาระบุว่าถ้าหากว่าเขาออกนอกบ้านแล้วเห็นว่าใครใส่รองเท้าแตะเขาจะเอารองเท้าที่เขาใส่แบรนด์จอร์แดนไปถีบหน้าคนที่ใส่รองเท้าแตะนั่นเองและนี่คือคำพูดที่ทำให้เกิดประเด็นดราม่าจนยูทูปเบอร์รายนี้ถูกถล่มยับท่านเอง 

           อย่างไรก็ตามในคลิปวีดีโอยูทูปเวอร์ชายคนดังกล่าวนั้นได้มีการพูดถึงรองเท้าแตะว่าถึงแม้จะเป็นรองเท้าแตะที่เป็นแบรนด์เนมราคาหลายพันแต่ก็ไม่ควรที่จะนำมาสวมใส่เพราะการใส่รองเท้าแตะนั้นจะเป็นการโชว์เท้าซึ่งจะเห็นนิ้วเท้าโดยที่คนอื่นอาจจะมองการใส่รองเท้าแตะนั้นเป็นการใส่รองเท้าที่ไม่สุภาพและเชื่อว่าหลายๆคนนั้นคงไม่อยากเห็นเท้าคนอื่นเพราะมันให้ความรู้สึกที่ไม่สบายตานั่นเอง

              สุดท้ายยูทูปเปอร์ชายคนดังกล่าวก็ได้มีการลบคลิปที่ตัวเองโพสลงใน YouTube เป็นที่เรียบร้อยแล้วเนื่องจากว่ากระแสไม่พอใจของคนในโซเชียลนั้นมีค่อนข้างเยอะมากซึ่งเขาได้ออกมาโพสต์ผ่านทาง facebook ส่วนตัวขอโทษคนในโลกออนไลน์กับคลิปวีดีโอที่มีการเผยแพร่ออกไปและข้อใดมีการสัญญาว่าหลังจากนี้หากจะมีการโพสต์ข้อความอะไรออกไปจะมีการพิจารณาให้รอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดกระแสตีกลับเหมือนกับคลิปล่าสุดนี้ 

 

สนับสนุนโดย.    วิธีสมัครเล่นหวยฮานอย

ยายวัย 78 ปีถูกคนร้ายทุบศีรษะยุบ เพื่อชิงเงินในกระเป๋า

         เมื่อวันที่ 24 เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2564   เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจประจำจังหวัดร้อยเอ็ดได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีหญิงชราคนหนึ่งถูกฆ่าตายภายในบ้านพักของตนเองโดยบ้านหลังดังกล่าวนั้นอยู่ภายในชุมชนบ้านโพธิ์น้อย  ซึ่งชุมชนแห่งนี้นั้นอยู่ที่ตำบลแสนสุข  อำเภอพนมไพร

             หลังจากได้รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงจุดเกิดเหตุทันทีพบผู้เสียชีวิตนั้นมีอายุมากถึง 78 ปีแล้วและลักษณะของสภนั้นถูกตีด้วยของแข็งที่บริเวณใบหน้าและหัวถึงขนาดที่กะโหลกศีรษะยุบลงไปเลยทีเดียวบ้านหลังที่เกิดเหตุนั้นเป็นบ้าน 2 ชั้นโดยชั้นล่างเป็นปูนและด้านบนเป็นไม้ซึ่งศพที่เกิดเหตุนั้นนอนเสียชีวิตอยู่ตรงบริเวณชั้นบ้านต่อมาทราบชื่อผู้เสียชีวิตชื่อว่านางดวงดาว

                  โดยผู้ที่พบศพคนแรกนั้นเป็นน้องชายของนางดวงดาวอายุ 68 ปีได้ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าปกติและพี่สาวของเขาจะอยู่บ้านหลังนี้คนเดียวเนื่องจากว่าคนในครอบครัวของนางดวงดาวนั้นเสียชีวิตไปหมดแล้วไม่ว่าจะเป็นสามีหรือแม้แต่ลูก ซึ่งทางด้านผู้พบศพคนแรกนั้นเชื่อว่าคนร้ายน่าจะตั้งใจเข้ามาเพื่อหวังจะขโมยเงินของผู้เสียชีวิตจึงได้ลงมือฆ่าอย่างเห*้ยมโหดและนำเงินไปเนื่องจากว่านางดวงดาวนั้นจะมีเงินพกติดตัวไว้ในกระเป๋าเสื้อภายหลังจากที่มาพบศพแล้วน้องชายได้ตรวจสอบเงินในกระเป๋าเสื้อพบว่าหายไป

           ส่วนข้าวของต่างๆหรือทรัพย์สินภายในบ้านนั้นไม่ได้มีการถูกดูค้นแต่อย่างใดซึ่งในขณะนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจสอบหลักฐานต่างๆเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ 

   สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนที่รู้จักกับคุณยายผู้เสียชีวิตเพราะรู้ว่าคุณยายนั้นอยู่บ้านคนเดียวและลักษณะของพื้นที่เกิดเหตุนั้นไม่มีร่องรอยการรื้อค้นหรือการต่อสู้แต่อย่างใดไม่มีร่องรอยของการงัดแงะและคนร้ายน่าจะรู้ว่าคุณยายนั้นเก็บเงินไว้ที่ไหนซึ่งในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะใช้ระยะเวลาในการหาตัวคนร้ายได้ไม่นานก็สามารถจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน

          สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ประเทศไทยนั้นมีพวกโจรขโมยชุกชุมค่อนข้างเยอะเพราะนับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสโควิตก็ทำให้คนนั้นตกงานกันเยอะมากขึ้นแก่งแย่งกันในการหางานทำและคนก็หันมาลักขโมยกันเยอะขึ้นรวมถึงพวกที่เป็นโจรขโมยอยู่แล้วและถูกจับกุมไว้ในเรือนจำก็ถูกปล่อยตัวออกมาเยอะขึ้นเพราะต้องการระบายนักโทษไม่ให้แน่นเรือนจำเพราะเกรงว่าจะมีการติดเชื้อไวรัส covid ในเรือนจำได้นั่นเองทำให้สถานการณ์ในประเทศไทยนั้นไม่ค่อยที่จะปลอดภัยมากนักจากโจรขโมย 

 

สนับสนุนโดย.  หวยฮานอยย้อนหลัง

เกิดเหตุปืนลั่นใส่เด็กชายวัย 14 ปีสาเหตุเพราะเพื่อนคิดว่าเป็นปืนปลอมจึงเอามาเล่น 

             ที่จังหวัดเพชรบูรณ์เกิดเหตุการณ์ปืนลั่นใส่เด็กชายวัย 14 ปี เนื่องจากว่าเพื่อนอีกคนนึงซึ่งอายุ 13 ปีเจอปืนในตู้กับข้าวเก่าแล้วคิดว่าปืนดังกล่าวนั้นเป็นปืนปลอมจึงนำปืนดังกล่าวออกมาเล่นจนทำให้เกิดปืนลั่นใส่เพื่อนที่ยืนอยู่ใกล้เคียงจนได้รับบาดเจ็บ

ล่าสุดได้มีการผ่าเอากระสุนปืนออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  โดยแพทย์ที่รักษาประจำอยู่ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์

          เหตุการณ์เด็กวัย 14 ปีทำปืนลั่นใส่กันนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 เดือนพฤศจิกายนพ.ศ 2553 โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่อำเภอชนแดน   ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งในพื้นที่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ดูเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเด็กชายสองคนกำลังเล่นกันอยู่ใต้ถุนบ้านและมีเด็กคนหนึ่งไปพบอาวุธปืนซุกซ่อนอยู่ตรงบริเวณตู้กับข้าวเก่าด้วยความที่ไม่รู้ว่าปืนดังกล่าวเป็นปืนจริง

หรือปืนปลอมจึงได้นำออกมาตรวจสอบดูในขณะที่เพื่อนอีกคนหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันพยายามห้ามไม่ให้นำปืนดังกล่าวออกมาเล่นเพราะกลัวว่าจะเป็นของจริงแต่ไม่ทันการปืนเกิดลั่นใส่ไปโดนบริเวณหัวไหล่ของเพื่อนที่ยืนห้ามอยู่ซึ่งมีอายุ 14 ปีจนได้รับบาดเจ็บ

         อย่างไรก็ตามหลังจากที่กระสุนปืนเกิดลั่นใส่  ยายของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจึงรีบมาดูและแนะนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลรักษาอาการบาดเจ็บด้วยการเผาหัวกระสุนปืนออกขณะนี้อาการของเด็กปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

เบื้องต้นยายของเด็กผู้ที่ได้รับบาดเจ็บบอกว่าเด็กทั้งสองคนนั้นเป็นเพื่อนรักกันมักจะเล่นด้วยกันอยู่เสมอซึ่งวันที่เกิดเหตุนั้นเด็กชายทั้งสองคนก็มาเล่นด้วยกันแต่เกิดไปค้นเจออาวุธปืนซึ่งเด็กไม่เข้าใจว่าปืนดังกล่าวนั้นเป็นปืนจริงจึงได้นำออกมาเล่นแล้วทำให้เกิดปัญหาปืนลั่น

       ในขณะนี้เด็กที่ได้รับบาดเจ็บได้รับการรักษาและอาการโดยรวมดีขึ้นตามลำดับในขณะที่เด็กที่ทำปืนลั่นใส่เพื่อนนั้นยังอยู่ระหว่างการซ่อมส่งเสียใจเพราะไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายเพื่อนจนได้รับบาดเจ็บหนักขนาดนี้  ซึ่งนับตั้งแต่ตอนที่พาเด็กที่ได้รับบาดเจ็บมาส่งโรงพยาบาลเด็กที่ทำปืนลั่นใส่เพื่อนก็ติดตามมาดูอาการและเฝ้าเพื่อนอยู่ตลอดเวลาด้วยความเป็นห่วงโดยทั้งสองคนนั้นสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก

        อย่างไรก็ตามในขณะนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งดำเนินคดีกับเด็กที่ทำอาวุธปืนลั่นใส่เพื่อนส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเองพูดถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่าสามารถเอาผิดเด็กที่ทำกระสุนลั่นใส่เพื่อนได้รวมถึงเจ้าของบ้านหลังที่เด็กไปเจอปืนก็สามารถดำเนินคดีเอาผิดได้เช่นเดียวกัน 

        สำหรับเรื่องนี้สามารถนำมาเป็นอุทาหรณ์ของผู้ปกครองที่มีอาวุธปืนเก็บไว้ในบ้านก็ควรนำกระสุนปืนออกจากอาวุธปืนเพื่อป้องกันปัญหาอุบัติเหตุปืนลั่นที่อาจจะเกิดขึ้นได้นั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    หวยออนไลน์

นักเรียนหญิงชั้น ม. 3 ถูกพลทหารหน้าตาหล่อโปรไฟล์ดี หลอกถ่ายคลิป ขู่รีดเงิน

           เมื่อวันที่ 20 เดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2654   ได้มีครูกับเด็กนักเรียนระดับขั้น ม. 3  จากโรงเรียนแห่งหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์  ติดต่อเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ช่วยติดตามจับกุมพลทหารคนหนึ่ง ซึ่งได้ล่อลวง เด็กสาวที่อายุต่ำกว่า 18 ปี และยังให้ถ่ายรูปอนาจารพร้อมทั้งมีการข่มขู่รีดไถเงินเด็กนักเรียนหญิงคนดังกล่าว โดยมีหลักฐานเป็นข้อความสนทนากันผ่านApplication   Line  

         โดยพลทหารคนดังกล่าวนั้นมีชื่อว่าพลทหารวัชรพล  ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความก็รีบมีการติดตามพลทหารวัชรพลมาที่สถานีตำรวจทันทีเพื่อทำการสืบสวนหาข้อเท็จจริง  และเมื่อมาถึงสถานีตำรวจพลทหารคนดังกล่าวก็ยอมจำนนต่อหลักฐานในที่สุดก็ยอมรับสารภาพว่ามีการข่มขู่และรีดไถเงินเด็กนักเรียนชั้นม. 3 จริงอย่างที่ถูกแจ้งข้อหาแต่ไม่ยอมให้เหตุผลอะไรมากไปกว่านี้ 

       สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นเมื่อเด็กหญิงได้มีการเล่น facebook แล้วไปเจอผู้ชายคนหนึ่งซึ่งมีรูปร่างหน้าตาหล่อและมีโปรไฟล์ดีอีกทั้งยังระบุว่าตนเองนั้นเป็นทหารมาทำความรู้จักกันผ่านทาง facebook เมื่อมีการพูดคุยกันก็เริ่มมีความสนิทสนมจนในที่สุดเมื่อผ่านไป 6 เดือนทั้งคู่ก็เริ่มสนิทกันมากขึ้นโดยยอมที่จะมีการถ่ายคลิปเป็นภาพโป๊ของตนเองส่งให้กันหรือแม้บางครั้งก็อาจจะทำเป็นการไลฟ์สดคุยกัน

             ซึ่งบางวันก็มีการแก้ผ้าคุยกันผ่านไลฟ์สดอีกด้วยอย่างไรก็ตามหลังจากที่ผ่านไปไม่นานพลทหารวัชรพลก็เริ่มข่มขู่เด็กนักเรียนคนดังกล่าวด้วยการเอาภาพโป๊ของเด็กนักเรียนมาขู่ว่าจะนำไปเผยแพร่ผ่านระบบออนไลน์หากว่าเด็กนักเรียนหญิงไม่ทำการโอนเงินมาให้ซึ่งพลทหารวัชรพลมีการข่มขู่เด็กนักเรียนหญิงอยู่หลายครั้งบางครั้งก็ขอเงิน 300 บาทบางครั้งก็ขอเงิน 500 บาทและล่าสุดยังขอไปถึง 2000 บาทด้วยกัน

               โดยเด็กนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เกรงว่าภาพของตนเองจะถูกแชร์ไปในโลกออนไลน์จึงได้ขโมย ATM เงินของพ่อไปทำการโอนเงินให้กับคนหารคนดังกล่าวทุกครั้งและนี่เองที่เป็นสาเหตุให้ทำให้ครูประจำชั้นเกิดความสงสัยเนื่องจากว่าพฤติกรรมของเด็กหญิงณัฐเปลี่ยนแปลงไปเพราะทุกครั้งที่ไปโรงเรียนคุณครูจะสังเกตเห็นว่าเด็กนักเรียนหญิงนั้นดูมีท่าทีซึมเศร้าไม่สดใสร่าเริงเหมือนแต่ก่อน

               จึงได้มีการเข้าไปพูดคุยและสอบถามจนในที่สุดเด็กหญิงก็ยอมเล่าถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อคุณครูประจำชั้นรู้ถึงสาเหตุจึงได้พาเด็กหญิงไปแจ้งความเพื่อเอาผิดพลทหารคนดังกล่าวพร้อมทั้งเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับพ่อของเด็กฟังซึ่งตัวพ่อของเด็กเองนั้นไม่เคยระแคะระคายเรื่องนี้มาก่อนเลยยอมรับว่าลูกสามารถเอา ATM ของตนเองไปใช้งานได้เพราะเคยบอกรหัส ATM ให้ลูกรู้เรื่องว่าเคยใช้ให้ลูกไปกดรหัส ATM ให้บ่อยๆนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  เว็บหวยออนไลน์อันดับ1

แบงค์ 100 แบบใหม่ทำพ่อค้าขาดทุนอื้อ เพราะทอนเงินผิดแล้วหลายร้าน 

             กรณีที่คนในโลกออนไลน์ได้มีการออกมาแชร์เกี่ยวกับธนบัตรที่ออกมาซึ่งธนบัตรดังกล่าวนั้นมีการระบุว่าถูกผลิตออกมาเนื่องจากว่าเป็นธนบัตรที่ใช้ในงานที่ระลึกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก  โดยธนบัตรดังกล่าวนั้นเป็นธนบัตรที่มีการทำออกมาลอกเลียนแบบคล้ายกับธนบัตรใบละ 1,000 บาทมากแต่ที่จริงแล้วมีราคาเพียงแค่ 100 บาทเท่านั้น

ซึ่งข้อแตกต่างนั้นถ้าหากใครไม่สังเกตให้ดีก็แทบจะไม่เห็นเลยเพราะว่าด้วยสีของธนบัตรที่ผลิตออกมาใหม่นี้มีความคล้ายคลึงกับธนบัตรใบละ 1000 มากทำให้ในขณะนี้มีร้านขายของเป็นจำนวนมากได้มีการทอนเงินให้กับลูกค้าผิดสร้างความเสียหายและการขาดทุนให้กับร้านขายของเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

          ถึงแม้ว่าจะมีการออกมาแชร์กันในโลกออนไลน์และมีการเตือนภัยผ่านทางสื่อต่างๆเกี่ยวกับการใช้งานธนบัตรให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายตรวจสอบธนบัตรให้ดีก่อนที่จะทอนเงินลูกค้าเพราะในขณะนี้มีธนบัตรซึ่งผลิตออกมาใหม่และมีการใช้งานกันเป็นจำนวนมากในตอนนี้ด้วยธนบัตรเป็นเพียงแค่ใบละ 100 บาทเท่านั้นแต่ถ้าหากไม่สังเกตให้ดีอาจจะคิดว่าเป็นใบละ 1,000 และทำให้สามารถทอนเงินผิดให้กับลูกค้าได้

        ล่าสุดมีพ่อค้าขายโจ๊กร้านหนึ่งได้ออกมาเล่าถึงเหตุการณ์ของตนเองว่าเขาเปิดร้านขายโจ๊กซึ่งขายเพียงแค่ถุงละ 35  บาทเท่านั้นแต่ปรากฏว่าขณะที่มีการขายโจ๊กนั้นได้มีลูกค้ามาซื้อโจ๊กไปจำนวนทั้งสิ้น 2 ถุงและมีการยื่นธนบัตรให้เขาซึ่งเขาไม่ทันสังเกตเห็นว่าเป็นธนบัตรใบละ 100 บาทแบบใหม่หรือว่าใบละ 1,000 บาท

โดยทางพ่อค้าเข้าใจว่าธนบัตรที่ลูกค้าให้นั้นเป็นใบละ 1,000 บาทจึงได้ทอนเงินให้กับลูกค้าคนนึงกล่าวไปทั้งหมด 930 ภายหลังมาตรวจสอบดูจึงเห็นว่าธนบัตรที่มีการถอนไปนั้นเป็นการถอนผิดเพราะลูกค้านำแบงค์ร้อยมาซื้อสินค้านั่นเอง 

         อย่างไรก็ตามพ่อค้าขายโจ๊กได้มีการฝากซื้อให้ช่วยประชาสัมพันธ์ถึงลูกค้าที่มาซื้อโจ๊กคนดังกล่าวว่าให้นำเงินมาคืนเขาด้วยเนื่องจากว่าในแต่ละวันนั้นเขาขายของได้กำไรไม่ค่อยเยอะมากนักดังนั้นเมื่อมีการทอนเงินผิดไปจึงทำให้การขายของตลอดทั้งวันนั้น

ของเขายังขาดทุน  แน่นอนว่านอกจากสื่อจะลงข่าวให้กับพ่อค้าโจ๊กแล้วตัวเขาเองก็ยังมีการแชร์ข้อความนี้ผ่านทาง facebook เพื่อต้องการให้ลูกค้าที่ได้รับเงินทอนไปผิดนั้นนำเงินทอนมาคืน

         อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ทอนเงินผิดนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นร้านนี้ร้านแรกแต่มีพ่อค้าแม่ค้าหลายร้านแล้วที่ประสบกับปัญหาลูกค้าแน่นร้านทำให้ไม่ทันสังเกตว่าแบงค์ที่ได้มานั้นเป็นแบงค์ร้อยหรือแบงค์พันทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็คือเก่าพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายนั้นประสบปัญหาการขาดทุนเพราะทอนเงินผิดนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    แทงหวยฮานอย เว็บไซต์ไหนดี

หนุ่มโพสต์หาเจ้าของรถจอดขวางทางตันคันอื่นไปไม่ได้แถมดึงเบรคมือที่โรงพยาบาลตากสิน 

           เมื่อวันที่ 31 เดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2563  ได้มีชายหนุ่มคนหนึ่งโพสต์ข้อความลงใน Facebook  พร้อมกับถ่ายภาพรูปรถยนต์ซึ่งจอดอยู่ในซอยแคบโดยในภาพจะเห็นได้ว่าทางด้านขวามือจะมีรถจอดอยู่หลายคัน

โดยจอดเรียงรายกันส่วนทางด้านซ้ายมือจะมีรถเก๋งคันนึงสีขาวจอดอยู่ และในซอยที่จอดนี้เป็นซอยแคบมากทำให้รถไม่สามารถสัญจรได้เนื่องจากว่าติดรถคันสีขาว ซึ่ง ชายหนุ่มที่โพสต์ข้อความใน Facebook ได้มีการโพสต์ประกาศตามหาเจ้าของรถคันสีขาว

         โดยเขาระบุในเพจว่าเขาต้องการตามหาเจ้าของรถให้มาขยับรถและยังกล่าวอีกด้วยว่าไม่น่าจะจอดรถในลักษณะนี้เพราะจะทำให้รถคันอื่นไม่สามารถเข้าออกได้ถ้าหากใครมีปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องออกไปข้างนอกจะไม่สามารถออกได้เพราะติดรถคันดังกล่าว 

       อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการโพสต์ข้อความนี้ออกไปทางด้านเจ้าของรถได้มีการเข้ามาตอบคอมเม้นของชายคนดังกล่าวใน Facebook โดยระบุว่าเขาได้จอดรถในลักษณะแบบนี้มานานเป็นระยะเวลานานถึง 10 ปีแล้วไม่เคยมีปัญหาและที่สำคัญถ้าหากใครอยากจะออกเพียงแค่ไปที่ประชาสัมพันธ์แล้ว

ให้ประชาสัมพันธ์เพื่อประกาศตามหาเจ้าของให้ทางด้านเจ้าของก็จะมาขยับรถให้อยู่แล้วและโดยปกติแล้วเขาตอบแบบนี้โดยเขาจะจอดตั้งแต่เช้าและจะออกจากตอนนี้ในช่วงเวลาตอนเย็นแถมเขายังลงท้ายข้อความใน Facebook ได้ว่าชายคนที่นำข้อความมาโพสต์นี้ไม่มีความคิดและเป็นคนโง่

         ซึ่งหลังจากที่ได้มีการตอบกลับจากเจ้าของรถก็มาก็ทำให้ผู้โพสต์ไม่พอใจรวมถึงยังมีอีกหลายคนในโลกออนไลน์ที่ได้เห็นข้อความที่โพสต์และข้อความตอบกลับของเจ้าของรถที่ตอบกลับด้วยคำพูดที่ไม่รักษามารยาททำให้หลายคนนั้นต้องออกมาพูดถึงประเด็นดังกล่าวกันจนสนั่นโซเชียลเลยทีเดียว

        ส่วนหนึ่งนั้นมองว่าการจอดรถที่ดีนั้นเจ้าของรถคันสีขาว ไม่ควรจะจอดขวางในลักษณะแบบนั้นถึงแม้ว่าจะสามารถประชาสัมพันธ์ให้ทางเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ประกาศตามหาเจ้าของได้แต่ก็ใช้ระยะเวลานานกว่าเจ้าของรถจะมาขยับรถซึ่งเสียเวลาควรที่จะใช้เส้นทางดังกล่าวและที่สำคัญไม่ควรออกมาโพสต์ตอบโต้เจ้าของเฟซด้วยคำว่าเจ้าของเฟซโง่

      และอีกส่วนหนึ่งก็เข้าข้างเจ้าของรถยนต์คันสีขาวโดยระบุว่ารถยนต์คันดังกล่าวน่าจะเป็นรถของบุคลากรภายในโรงพยาบาลพระเจ้าตากสินมหาราชซึ่งปกติแล้วเจ้าหน้าที่จะต้องปฏิบัติงานอยู่แต่ถ้าหากจะมีการให้ขยับรถก็แค่ให้ประชาสัมพันธ์ประกาศเดี๋ยวเจ้าของรถก็จะมาขยับรถให้จึงไม่เห็นสมควรที่จะต้องมาโพสต์ตามหาเจ้าของรถในลักษณะแบบนี้

         อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วก็คือทางด้านเจ้าของที่โพสต์ข้อความก็ระบุว่าตัวเขาเองไม่รู้ว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหรือเป็นรถของคนไข้ที่มารับการรักษาแต่ท้ายที่สุดแล้ววิธีการจอดรถแบบนี้ก็ไม่สมควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง

เพราะสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นทางที่ดีที่สุดถ้าหากต้องการที่จะจอดในลักษณะนี้ควรจะมีการเขียนเบอร์โทรศัพท์ของตนเองไว้ที่กระจกหน้ารถเพื่อที่หากใครจะออกก็จะได้โทรตามได้ทันท่วงทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินไปถึงประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาสัมพันธ์เพื่อประสานงานให้ เพราะมันเสียเวลามากนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย.    แทงหวยฮานอยออนไลน์

ตามล่าหาเสี่ยที่ลงมือสังหารเซลล์ขายปุ๋ยถ่วงน้ำมาดำเนินคดี

       หากยังเคยจำกันได้เคยมีคดีเกิดขึ้นเมื่อประมาณวันที่ 9 เดือนธันวาคมปีพศ 2562 โดยมีชาวบ้านได้พบเห็นรถเก๋งอ๋อขึ้นกลางแม่น้ำส่งบริเวณคลองชลประทานของจังหวัดสระบุรีเนื่องจากว่าแม่น้ำนั้นมีการถูกดูดไปใช้ในการทำไร่ทำนาของชาวบ้านทำให้น้ำในคลองชลประทานนั้น

ลดลงจนเป็นสาเหตุให้ทำให้เจอรถเก๋งตกอยู่ภายในคลองและหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบก็พบว่ามีศพของผู้หญิงเสียชีวิตภายในรถคันดังกล่าวซึ่งตอนแรกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใจว่าเกิดจากการที่หญิงสาวอาจจะขับรถตกลงไปในคลองและเสียชีวิต

โดยที่ไม่มีใครทราบต่อมาจึงสืบทราบว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นเสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรมและผู้ต้องสงสัยนั้นก็คืออดีตแฟนหนุ่มของเธอนั่นเองซึ่งทางครอบครัวของหญิงสาวได้มีการไปแจ้งคนหายเอาไว้เป็นระยะเวลาหลายปีมาแล้วกว่าจะมาพบศพของหญิงสาวคนดังกล่าวเดินมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น

ได้มีการสืบสวนก็พบว่าวันนี้ก็เห็นฆาตกรรมหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นเป็นอดีตแฟนหนุ่มของเธอนั่นเองซึ่งเป็นเสี่ยเจ้าของบริษัทขายปุ๋ยซึ่งหญิงสาวทำงานอยู่ด้วยโดยเสียคนดังกล่าวนั้นปัจจุบันนี้อายุ 63 ปีและยังมีผู้สูงร่วมคิดในการก่อคดีในครั้งนี้อีกหนึ่ง

คนซึ่งเป็นลูกน้องของเสี่ยคนดังกล่าวอายุ 37 ปีอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามที่จะดำเนินการจับกุมตัวเสียคนดังกล่าวที่ชื่อว่าเสี่ยใฮ้แต่หลังจากที่เป็นผู้ต้องหาแล้วได้รับการประกันตัวออกไปเสี่ยใฮ้ก็ได้มีการหลบหนี 

และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามตัวมาดำเนินคดีได้ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังหาตัวทุกแผ่นดินหาตามบ้านญาติต่างๆของเสี่ยใฮ้ มีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าเสี่ยใฮ้ จะมีการหลบหนีไปอาศัยอยู่ด้วย

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมองว่าทางด้านของเสี่ยใฮ้ นั้นคงยังไม่เดินทางออกนอกประเทศอย่างแน่นอนเนื่องจากว่ามีการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางออกนอกประเทศเบื้องต้นแล้วยังไม่พบหลักฐานการมีออกนอกประเทศดังนั้นจึงได้พยายามหาตัวต่างจังหวัดต่างๆ

ที่คาดว่าเสี่ยใฮ้ จะเดินทางไปอาศัยหลบหนีอยู่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าจะสามารถควบคุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีรับโทษความผิดทางอาญาที่ก่อเอาไว้ได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามคดีนี้เกิดขึ้นมานานหลายเดือนแล้ว

แต่เพิ่งจะผ่านการพิสูจน์และสามารถรวบรวมเอกสารเพื่อเอาผิดกับทางผู้กระทำความผิดได้ซึ่งทางหลวงพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตนั้นก็ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดีและมีหลักฐานเพียงพอที่จะสามารถมัดตัวผู้กระทำความผิดได้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  วิธีซื้อหวยออนไลน์