3 ข้อที่ควรรู้ในการล้างหน้า

ควรรู้ในการล้างหน้า สำหรับข้อที่หนึ่ง ก็คือ ไม่ควรล้างหน้าบ่อยจนเกินไป เพราะว่าการล้างหน้าบ่อยๆมันจะเป็นการล้างความมันออกจากหน้าบ่อยเกินไปจะทำให้ผิวของเราแห้งตึงผิวหน้าของเราก็จะผลิตน้ำมันออกมาตลอดทำให้คุณเกิดสิวตามมานั่นเอง 

ดังนั้นการล้างหน้าบ่อยๆก็อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้บ่อยยิ่งขึ้นคุณควรจะล้างหน้าแค่เพียง 2 ครั้งก็พอในช่วงเช้ากับช่วงเย็นก็พอ 

สำหรับข้อที่สองก็คือ ไม่ควรใช้โฟมล้างหน้าที่มีเม็ดสครับ ถ้าคนที่มีผิวหน้าปกติก็สามารถที่จะใช้ได้เพราะว่ามันจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออกไปแต่เราขอแนะนำว่าให้ใช้สัปดาห์ละ 1 ครั้งพอและคนที่เป็นสิวไม่แนะนำให้ใช้เลย 

เพราะว่าการขัดผิวหน้าหรือการสครับผิวหน้ามันจะไปกระตุ้นทำให้เกิดสิวหรือสิวอักเสบมากขึ้นอีกด้วยทางที่ดีคนที่เป็นสิวผิวแพ้ง่ายคุณควรที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับคนเป็นสิวโดยตรงอย่างที่เราใช้ก็คือAsne aidสีแดงหรือสีฟ้าก็ได้หมดเหมือนกันและอีกตัวนึงก็คือCetaphil

สิ่งที่เราได้แนะนำไปนี้เหมาะสมกับคนที่เป็นสิวในความจริงแล้วมันก็มีอีกเยอะอยู่หลายตัวเหมือนกันโดยที่กล่องของAsne aidเขาจะเขียนว่าSLS Free หรือมันจะไม่มีสารSLSหรือSodium lauryl sulfate (SLS)

ซึ่งเจ้าSLSนี้มันเป็นสารลดแรงตึงผิวที่มีความแรงในการกำจัดไขมันและสิ่งสกปรกได้สูงแต่มันก็อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังได้เหมือนกันเราจึงเลยไม่แนะนำผลิตภัณฑ์ที่มีสารเหล่านี้ในการล้างหน้าสำหรับคนที่เป็นสิวผิวแพ้ง่าย 

หากเราไม่ใช้สารSLSหรือSodium lauryl sulfate (SLS)แล้วจะใช้อะไรแท้คือจะใช้สารSodium Laurcosinate ซึ่งใช้ในการกำจัดไขมันและสิ่งสกปรกได้เช่นกันแต่ที่สำคัญเลยก็คือมันจะมีความอ่อนโยนต่อผิวของเรามากกว่ามันจึงเหมาะกับคนที่เป็นสิวและผิวแพ้ง่าย 

ส่วนCetaphilก็จะใช้เป็นตัวSodinm Lauroy Sarcosinategเช่นกันแต่พอมาดูสูตรของCetaphilจะมีSLSหรือSodium Lauryl Sulfate ดังนั้นให้คุณเลือกกันดีๆหากคุณใช้ผิดก็อาจจะทำให้เกิดการระคลายเคืองต่อผิวหน้าของคุณได้เช่นกัน

สำหรับข้อที่สาม ก็คือ คุณควรสระผมให้เสร็จก่อนที่คุณจะล้างหน้า คุณลองคิดสภาพช่วงตอนที่คุณล้างหน้าเสร็จแล้วและคนไปสระผมมันก็จะมียาสระผมบางส่วนที่จะมาโดนใบหน้าของเรามันอาจจะก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือเกิดสิวได้เหมือนกันยังไงแล้วให้สระผมก่อนที่คุณจะล้างหน้าดีกว่าจะได้ไม่เกิดการระคลายเคืองและมีสิวตามมา

 

สนับสนุนโดย.    ชุดตรวจ hiv